อิ่มบุญประเพณีชักพระชายแดนใต้ อิ่มใจสามัคคีคน 3 วัฒนธรรม
Written by AmanNews
Tuesday, 06 October 2009 18:03
กลุ่มซูวารอ ปัตตานี

 

            บรรยากาศเทศกาลวันออกพรรษา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ประชาชนชาวไทยพุทธตื่นตัวคึกคักเป็นพิเศษ มีพุทธศาสนิกชนทุกพื้นที่ 12 อำเภอในพื้นที่ ทั้งที่อยู่ในตัวเมืองและบริเวณรอบนอกหรือชนบทต่างออกมาร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสวนประเพณีชักพระตามแบบฉบับของตนเองกันอย่าง สนุกสนานสร้างความสวยงาม ไปทั่วเมือง เหมือนกับพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย ร่วมถึงที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ก็ได้จัดงานประเพณีชักพระครั้งที่ 60 ขึ้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน(วานนี้) พร้อมกับงานเทศกาลสินค้าโอท็อปที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน และจะมีไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ในบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

            ซึ่งพิธีเปิดงานชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 60 อย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 ตุลาคม 2552 โดยมีการจัดแห่ริ้วขบวนเรือพระในแต่ละคุ้มวัดในพื้นที่ 12 อำเภอ ของจังหวัดปัตตานีมาร่วมงาน 60 กว่าลำ แต่ละลำมีการจัดทำเรือพระที่ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสีฉลุ กนกลายไทยสวยงาม อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือพระหรือเรือยอด ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนผู้มาร่วมงานมีการแต่งกายชุดวัฒนธรรมย้อนยุคร่วมเดินในขบวนแห่เรือ อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดขบวนแห่ผลิตภัณฑ์โอท็อป จำลอง ของ อบต.จำนวน 12 แห่ง การประกวดร้านค้าและผลิตภัณฑ์โอท็อป การแสดงบนเวทีทุกคืน การแสดง 3 วัฒนธรรม คือ การแสดงมโนราห์ของชาวไทยพุทธ การแสดงดีเกฮูลูของชาวไทยมุสลิม การแสดงเชิดสิงโตของชาวไทยเชื้อสายจีน

            สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องใน 5 ปีที่ผ่านมายังคงส่งผลกระทบให้การจัดกิจกรรมด้านศาสนาวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ในพื้นที่ซบเซาลง ทางพ่อเมืองปัตตานี นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ จึงถือโอกาสสืบสานประเพณีที่สำคัญทางศาสนา จัดงานประเพณีชักพระครั้งที่ 60 ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี และเพื่อให้ประชาชนทุกศาสนาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดงานประเพณีชักพระของพุทธศาสนิกชนในครั้งนี้ จังหวัดปัตตานี จึงได้จัดมหกรรมหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ครั้งที่9 ขึ้นด้วยเพื่อให้ประชาชนผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอท๊อป ได้มีโอกาสออกร้าน และจำหน่ายสินค้าของชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องไทยมุสลิมได้มีส่วนร่วมงานมหกรรมประจำปี กับชาวไทยพุทธและชาวไทยจีนด้วย

            นายนิพนธ์ อินทรสกุล นายอำเภอโคกโพธิ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีชักพระหรือลากพระของอำเภอโคกโพธิ์ และต้องการเสริมสร้างความรักความสามัคคีของชาวอำเภอโคกโพธิ์ ที่มีวิถีชีวิต 3 วัฒนธรรม คือ ไทยพุทธ มุสลิม จีน ได้มีกิจกรรมร่วมกันจะได้มีโอกาสสร้างความรักความเข้าใจต่อกัน มีความสนิทสนมผูกมิตรกันมากขึ้น

            นายอำเภอโคกโพธิ์ยังได้บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการจัดงานงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ว่า เป็นประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดจากบรรพบุรุษมายาวนาน ริเริ่มครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2490 โดยพระอธิการแดง สุนทรโร(หลวงปู่แดง) เจ้าอาวาสวัดมะเดื่อทองในขณะนั้น ได้นัดหมายให้มีการลากพนมเรือมาจอดชุมนุมสมโภชน์ร่วมกันหนึ่งคืน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับวัด โดยใช้บริเวณพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 เป็นที่ชุมนุมนัดหมาย

            จากงานชุมนุมเรือพระวิวัฒนาการมาเป็นงานประเพณีชักพระ จนกระทั่งปี พ.ศ.2499 พระครูวิรัชโศภณ ได้ประชุมเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ในอำเภอโคกโพธิ์และมีมติย้ายจากบริเวณเดิมไปจัด ณ สนามโรงเรียนบ้านโคกโพธิ์และจัดให้มีมหรสพท้องถิ่น เช่น หนังตะลุง และมโหราห์ มีการจัดเรื่อยมาจนกระทั่งย้ายมาใช้พื้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ในปัจจุบัน เพราะสถานที่ใหญ่กว้างขวางกว่า จนกลายเป็นงานเทศกาลประจำปีของอำเภอ จนถึงปัจจุบัน

            “ลักษณะเด่นเรือพระของชาวโคกโพธิ์ มีลักษณะเฉพาะตัว ใช้ไม้แกะรูปพญานาค 2 ตัว ทำเป็นหัวเรือ ตัวเรือใช้ไม้ไผ่สานลายลูกแก้ว ห้องพระ และยอดเรือใช้กระดาษเงิน กระดาษทอง และลายกนกลายไทย สอดศรีปิดประดับ เรียกว่า เรือยอด อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือพระประจำถิ่นอำเภอโคกโพธิ์”นายนิพนธ์กล่าว

            ในความสนุกสนาม รื่นเริง และอิ่มเอิบอิ่มใจของผู้มาท่องเที่ยวงานทั้ง ชาวไทยพุทธ มุสลิม จีน แทบไม่มีใครอยากเชื่อว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณพื้นที่รอบนอกของงานทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากก็ตาม แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดงานมากนัก กิจกรรมต่างๆ ยังคงดำเนินไปตามปกติ

            จากการสอบถามความรู้สึกของคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่บอกว่า รู้สึกปกติ และไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความรักความเข้าใจที่มีต่อกันระหว่างพุทธ มุสลิม จีน ยังเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้ผู้กระทำสำนึกผิด กลับใจมาร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีกว่าจะก่อเหตุเพื่อทำลายท้องถิ่นของตนเองและชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์.

ที่มา.-กลุ่มซูวารอ ปัตตานี Tuesday, 06 October 2009 18:03


*******************

กลับไปหน้า Web วัดท่าไทร
ไป Web สำนักงานเจ้าคณะภาค ๑๖

ไป Web ศูนย์พัฒนาคุณธรรมภาคใต้
ไป Web วิทยุชุมชนตำบลท่าทองใหม่
ไป Web ชมรมวีอาร์ร้อยเกาะสุราษฎร์ธานี