|
บรรยากาศเทศกาลวันออกพรรษา
ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ประชาชนชาวไทยพุทธตื่นตัวคึกคักเป็นพิเศษ
มีพุทธศาสนิกชนทุกพื้นที่ 12 อำเภอในพื้นที่ ทั้งที่อยู่ในตัวเมืองและบริเวณรอบนอกหรือชนบทต่างออกมาร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสวนประเพณีชักพระตามแบบฉบับของตนเองกันอย่าง
สนุกสนานสร้างความสวยงาม ไปทั่วเมือง เหมือนกับพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย
ร่วมถึงที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ก็ได้จัดงานประเพณีชักพระครั้งที่
60 ขึ้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน(วานนี้)
พร้อมกับงานเทศกาลสินค้าโอท็อปที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน
และจะมีไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ในบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี
ซึ่งพิธีเปิดงานชักพระ
อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 60 อย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่
5 ตุลาคม 2552 โดยมีการจัดแห่ริ้วขบวนเรือพระในแต่ละคุ้มวัดในพื้นที่
12 อำเภอ ของจังหวัดปัตตานีมาร่วมงาน 60 กว่าลำ แต่ละลำมีการจัดทำเรือพระที่ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสีฉลุ
กนกลายไทยสวยงาม อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือพระหรือเรือยอด ที่ไม่เหมือนใคร
ส่วนผู้มาร่วมงานมีการแต่งกายชุดวัฒนธรรมย้อนยุคร่วมเดินในขบวนแห่เรือ
อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดขบวนแห่ผลิตภัณฑ์โอท็อป จำลอง
ของ อบต.จำนวน 12 แห่ง การประกวดร้านค้าและผลิตภัณฑ์โอท็อป การแสดงบนเวทีทุกคืน
การแสดง 3 วัฒนธรรม คือ การแสดงมโนราห์ของชาวไทยพุทธ การแสดงดีเกฮูลูของชาวไทยมุสลิม
การแสดงเชิดสิงโตของชาวไทยเชื้อสายจีน
สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องใน
5 ปีที่ผ่านมายังคงส่งผลกระทบให้การจัดกิจกรรมด้านศาสนาวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
ในพื้นที่ซบเซาลง ทางพ่อเมืองปัตตานี นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ จึงถือโอกาสสืบสานประเพณีที่สำคัญทางศาสนา
จัดงานประเพณีชักพระครั้งที่ 60 ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี และเพื่อให้ประชาชนทุกศาสนาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดงานประเพณีชักพระของพุทธศาสนิกชนในครั้งนี้
จังหวัดปัตตานี จึงได้จัดมหกรรมหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ครั้งที่9
ขึ้นด้วยเพื่อให้ประชาชนผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ
โอท๊อป ได้มีโอกาสออกร้าน และจำหน่ายสินค้าของชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องไทยมุสลิมได้มีส่วนร่วมงานมหกรรมประจำปี
กับชาวไทยพุทธและชาวไทยจีนด้วย
นายนิพนธ์
อินทรสกุล นายอำเภอโคกโพธิ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีชักพระหรือลากพระของอำเภอโคกโพธิ์
และต้องการเสริมสร้างความรักความสามัคคีของชาวอำเภอโคกโพธิ์ ที่มีวิถีชีวิต
3 วัฒนธรรม คือ ไทยพุทธ มุสลิม จีน ได้มีกิจกรรมร่วมกันจะได้มีโอกาสสร้างความรักความเข้าใจต่อกัน
มีความสนิทสนมผูกมิตรกันมากขึ้น
นายอำเภอโคกโพธิ์ยังได้บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการจัดงานงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ว่า
เป็นประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดจากบรรพบุรุษมายาวนาน ริเริ่มครั้งแรก
เมื่อปี พ.ศ.2490 โดยพระอธิการแดง สุนทรโร(หลวงปู่แดง) เจ้าอาวาสวัดมะเดื่อทองในขณะนั้น
ได้นัดหมายให้มีการลากพนมเรือมาจอดชุมนุมสมโภชน์ร่วมกันหนึ่งคืน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับวัด
โดยใช้บริเวณพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 เป็นที่ชุมนุมนัดหมาย
จากงานชุมนุมเรือพระวิวัฒนาการมาเป็นงานประเพณีชักพระ
จนกระทั่งปี พ.ศ.2499 พระครูวิรัชโศภณ ได้ประชุมเจ้าอาวาสวัดต่างๆ
ในอำเภอโคกโพธิ์และมีมติย้ายจากบริเวณเดิมไปจัด ณ สนามโรงเรียนบ้านโคกโพธิ์และจัดให้มีมหรสพท้องถิ่น
เช่น หนังตะลุง และมโหราห์ มีการจัดเรื่อยมาจนกระทั่งย้ายมาใช้พื้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ในปัจจุบัน
เพราะสถานที่ใหญ่กว้างขวางกว่า จนกลายเป็นงานเทศกาลประจำปีของอำเภอ
จนถึงปัจจุบัน
ลักษณะเด่นเรือพระของชาวโคกโพธิ์
มีลักษณะเฉพาะตัว ใช้ไม้แกะรูปพญานาค 2 ตัว ทำเป็นหัวเรือ ตัวเรือใช้ไม้ไผ่สานลายลูกแก้ว
ห้องพระ และยอดเรือใช้กระดาษเงิน กระดาษทอง และลายกนกลายไทย สอดศรีปิดประดับ
เรียกว่า เรือยอด อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือพระประจำถิ่นอำเภอโคกโพธิ์นายนิพนธ์กล่าว
ในความสนุกสนาม
รื่นเริง และอิ่มเอิบอิ่มใจของผู้มาท่องเที่ยวงานทั้ง ชาวไทยพุทธ มุสลิม
จีน แทบไม่มีใครอยากเชื่อว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณพื้นที่รอบนอกของงานทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากก็ตาม
แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดงานมากนัก กิจกรรมต่างๆ ยังคงดำเนินไปตามปกติ
จากการสอบถามความรู้สึกของคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่บอกว่า
รู้สึกปกติ และไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความรักความเข้าใจที่มีต่อกันระหว่างพุทธ
มุสลิม จีน ยังเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้ผู้กระทำสำนึกผิด
กลับใจมาร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีกว่าจะก่อเหตุเพื่อทำลายท้องถิ่นของตนเองและชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์.
ที่มา.-กลุ่มซูวารอ
ปัตตานี Tuesday,
06 October 2009 18:03
*******************
|