|
แนวความคิดวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไร |
|
ภาพจาก Web Site วิทยุชุมชนhttp://www.dangservice.com/fm.htm | | |
แนวคิดในเรื่องวิทยุกระจายเสียงชุมชน
หรือวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชน เกิดขึ้นประมาณ 50 ปีที่ผ่านมานี้
เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ มีการคิดค้นสิ่งต่าง
ๆ เหล่านี้ขึ้นมา และมีการขยายตัวเป็นลำดับ มีสถานีวิทยุกระจายเสียงเกิดขึ้นมาก
โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่บางแห่งก็อยู่ได้ บางแห่งก็ล้มไป
และมีการพัฒนารูปแบบในการดำเนินการ ตอนนี้ นับว่ามีการดำเนินการกว้างขวางพอสมควร
บ้านเราเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการ เพื่อจะรองรับสิ่งเหล่านี้ว่า
สื่อท้องถิ่น จะต้องบริการเพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก
|
|
การบริหารงานวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนมีการดำเนินงานอย่างไร |
การบริหารวิทยุกระจายเสียงชุมชน
แตกต่างจากวิทยุทั่วไป คือวิทยุทั่วไปเป้าหมายค่อนข้างจะกว้างขวาง แต่วิทยุชุมชนจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แคบเฉพาะเจาะจง
แตกต่างจากวิทยุทั่วไปคือ วิทยุกระจายเสียงชุมชน จะเป็นวิทยุกระจายเสียงที่บริหารจัดการโดยชาวบ้าน
คิดว่าสิ่งที่เขาต้องการจะฟังนั้นคืออะไร และร่วมกันบริหารจัดการ ข้อมูลข่าวสารตรงนี้เพื่อพวกเขาฟังกันเอง
โดยทำงาน ร่วมกับทางสถานี เป็นหัวใจสำคัญคือ ชาวบ้านมาบริหารจัดการที่รายการนั้นจะเป็นของชาวบ้าน
โดยชาวบ้าน และเพื่อชาวบ้าน คือสิ่งที่แตกต่างจากวิทยุทั่ว ๆ ไป จะคิดและทำรายการคิดว่าชาวบ้านชอบอะไร
จะทำไปตามนั้นและเป้าหมายเดิมคือให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ ทำให้เกิดแนวความคิดที่ต่างกันไปคือ
วิทยุชุมชนจะเป็นวิทยุกำลังต่ำ ที่มุ่งสู่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่ขณะที่วิทยุทั่ว
ๆ ไปนั้นจะเป็นการมุ่งกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างกว้าง และทำงานโดยเจ้าหน้าที่สถานีเป็นหลัก
และคิดว่าชาวบ้านต้องการฟังอะไรก็จะจัดให้
|
ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ |
ในรูปของคณะกรรมการ
ปกติแล้วโดยชาวบ้านที่มีความสนใจร่วมกัน
จุดกำเนิดในต่างประเทศมีชาวบ้านอาจจะเบื่อรูปแบบวิทยุที่เป็นการทำเพื่อการค้าโดยทั่ว
ๆ ไป ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษมีเครือข่าย 2 เครือข่ายคือ ของ บีบีซี กับไอบีเอ
เป็นเครือข่ายใหญ่
ปรากฏว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งซึ่งผลิตเพลงขึ้นมาปรากฏว่าไปออกทั้ง 2
เครือข่ายนี้ไม่ได้เขาเลยโมโหเลยไปออกที่ปากอ่าวยิงคลื่นวิทยุเข้ามถึงเรียกว่าคลื่นวิทยุโจรสลัด
ปรากฏว่าสามารถปล้นคนฟังไปได้มากเข้ามาในประเทศอังกฤษในสัปดาห์หนึ่งได้จดหมายถึง
70,000 ฉบับ เข้าไปสู่รายการของเขา
เพราะฉะนั้นในที่สุดชาวอังกฤษเลยยอมรับให้มีวิทยุกระจายเสียงชุมชนเกิดขึ้น ในแง่ของการทำงานคือเกิดจากความสนใจของชาวบ้านจริง
ๆ อาจจะทำในรูปของการซื้อเวลาร่วมกัน จัดในสิ่งที่ต้องการฟังร่วมกันอย่าง
เช่น
รายการเพลงเขาสามารถทำได้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นในแง่ของการดำเนินการวิทยุกระจายเสียงชุมชน
ความที่เป็นตัวแทนของชุมชนได้โดยมีคณะกรรมการจากชาวบ้านเข้ามาร่วมบริหารจัดการ
ซึ่งอาจเป็นทีมไม่ใหญ่นักอาจเป็น 15-20 คน
ร่วมกันคิดร่วมกันทำ
|
งบประมาณในการดำเนินงานได้จากที่ไหน |
งบประมาณจริง
ๆ ค่อนข้างจะมาได้หลากหลาย ส่วนหนึ่งเกิดจากชาวบ้านได้มาช่วยกันอย่าง เช่น
การซื้อเวลาของสถานีในการทำก็สามารถที่จะทำได้ หรืออาจจัดตั้งเป็นรูปของมูลนิธิในการที่จะใช้เงินมาบริหารจัดการเวลาของสถานี
อย่างในเมืองไทยค่อนข้างจะเกิดขึ้นแปลกจากจุดอื่น ๆ คือเกิดจากสถานีมีความเคลื่อนไหวในการทำ
เป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะว่ารัฐธรรมนูญเองได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า สื่อท้องถิ่นนั้นจะต้องให้บริการข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น
และการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรของชาติ
และคลื่นวิทยุนั้นถือว่าเป็นทรัพยากรของชาติอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เพราะฉะนั้นหลาย ๆ แห่งเริ่มปรับตัวโดยหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสื่อ ได้เปิดช่องเวลาให้กับชุมชนเข้ามาบริหารจัดการอย่าง
เช่น ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยมีการนำร่องไปทั้งหมด19 สถานี
และจะมีการทำให้ครบทุก
|
ภาพจากหน่วยงานผลิตภาพถ่ายและไมโครฟอร์มสำนักเทคโนโลยีการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
สถานีคิดว่าภายในงบประมาณนั้นน่าจะได้คำตอบและมีการขยายงาน ขณะเดียวกัน
ก็เกิดในรูปแบบของภาคเอกชนทำลักษณะคล้ายจะเป็นวิทยุชุมชน เช่น จส.100 หรือรายการร่วมด้วยช่วยกัน
ชาวบ้านได้มีโอกาสในการสะท้อนข้อมูล ข่าวสาร เข้ามาสู่รายการอย่างกว้างขวาง
ค่อนข้างจะมีเสรีในการทำงานพอสมควร แต่ขาดในจุดที่เข้ามาเป็นกรรมการในการบริหารจัดการ
อำนาจสูงสุดในการตัดสินใจนำรายการออกอากาศยังไม่ได้อยู่กับชาวบ้าน ยังเป็นเรื่องของสถานีที่เปิดโอกาสให้เท่านั้น
ถ้าเขาทำในจุดที่อำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ชาวบ้านในการจะเลือกข่าวสารอะไรออกอากาศ
ตัวนั้นจะเป็นวิทยุชุมชนที่สมบูรณ์ทีเดียว
|
ความแตกต่างของวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนกับรายการวิทยุอื่น
ๆ |
รูปแบบรายการคงจะไม่แตกต่างจากวิทยุอื่น
ๆ อาจมีทั้งรายการนิตยสาร รายการเพลงอย่างที่กล่าวมา
แต่สิ่งที่ต่างคือรูปแบบของการบริหารจัดการ
โดยชาวบ้านเข้ามาคิดแทนผู้จัดรายการของเราว่าเขาต้องการจะฟังข้อมูลข่าวสารอะไร
บทบาททางสถานีจะเข้าไปเป็นส่วนเสริมในแง่ของการให้ความรู้ในเรื่องของรายการต่าง
ๆ หรือบางทีโดดเข้าไปร่วมจัดรายการกับชาวบ้าน
และมีอาสาสมัครจากชาวบ้านเข้ามาช่วยกันจัดรายการ ช่วยกันดำเนินรายการ
เป็นบทบาทสำคัญของชาวบ้านเป็นจุดหลัก
|
โครงการนำร่องและมีการประเมินผลอย่างไร |
ทดลองมาเกือบปีหนึ่งโดยไปเริ่มใน
19 จังหวัดทั่วประเทศในการประเมินผลสถานีเป็นผู้ประเมิน แรก ๆ คนไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร
ประชาชนในการที่จะให้ข้อมูลข่าวสารค่อนข้างจะน้อย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
แตกต่างกับกรุงเทพฯ ในต่างจังหวัดบางทีความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เขายังไม่กล้าที่จะส่งมาทางวิทยุ
มีตัวอย่างเกิดขึ้น เขาจะเริ่มส่งเข้ามา และวิทยุชุมชนจะเป็นสื่อ 2 ทางที่จะมาเจอกัน
ระหว่างการเสนอปัญหากับการแก้ไขปัญหา จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสื่อในการพัฒนาได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เช่น บางจุดมีปัญหาชาวบ้านโทรศัพท์เข้ามา การเพาะปลูกอย่างปลูกข้าวเกิดมีโรคข้าวระบาดก็โทรเข้ามายังรายการ
มีปัญหาโรคข้าวระบาดเราอาจเชื่อมโยงไปยังเกษตรจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่ทางวิชาการ
ให้ชาวบ้านคุยกันตรงนี้ว่าเขาจะแก้ปัญหาได้อย่างไร สามารถที่จะใช้วิทยุเป็นสื่อกลางในการทำงานได้เป็นอย่างดี
รูปแบบการบริหารจัดการนอกจากจะเป็นเรื่องของชาวบ้านมาดำเนินการ สถานีจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม
บางส่วนในแง่ที่จะใช้ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชนคู่กับสิ่งที่เป็นข้อมูลจากชาวบ้าน
|
ปัญหาอุปสรรคแนวทางแก้ไขในการดำเนินงาน |
ปัญหามากเหมือนกัน
หน่วยราชการบางแห่งยังไม่เข้าใจ เพราะบางทีการที่ไปสะท้อนข้อมูลหรือสิ่งที่เป็นปัญหาบางทีก็มองเหมือนกันกับการจับผิด โดยชาวบ้านหลายแห่งผู้จัดรายการอาจจะถูกบีบ
อาจจะถูกฟ้องมาทางกรมประชาสัมพันธ์ที่จะให้เปลี่ยนตัวคน คณะกรรมการบริหารวิทยุชุมชนจะมีบทบาทสำคัญ
มาพิจารณากันดูว่าข้อมูลข่าวสาร ถ้าเป็นข้อเท็จจริงพร้อมจะเป็นเกราะให้กับผู้จัดรายการของเราได้เป็นอย่างดีหลาย
ๆ แห่งเกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาโดยคณะกรรมการเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาก็ลุล่วงไปด้วยดี
แต่บางจุดชาวบ้านเองไม่เข้าใจสิทธิหน้าที่เหมือนกัน บางทีไปวิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างจะรุนแรง
วิทยุชุมชนไม่ใช่ว่าเป็นสื่อเพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม ต้องเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
เพราะฉะนั้น การกลั่นกรองในเบื้องต้นก็เป็นสิ่งจำเป็น พูดกันด้วยเหตุด้วยผลอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง
ถึงแม้ว่าบางครั้งจะเกิดปัญหาก็มีลู่ทางออก เช่น จันทบุรี ผมไปนำสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้คือหมอแผนโบราณท่านหนึ่งมารักษาโรคตา
เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้านมาก สถานีเดินทางไปสัมภาษณ์หมอตามที่ชาวบ้านแนะนำ
ออกอากาศชาวบ้านชื่นชอบกันมาก แต่สาธารณสุขไม่ชอบ เขาบอกว่าวิธีการโบราณตัวนั้นมันผิดหลักการแพทย์
วิธีการทำงานเชื่อมโยงสาธารณสุขมาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเอาสาธารณสุขมาพูดอีกทีหนึ่ง
ใช้เวทีเป็นสื่อกลางในการที่จะให้ข้อมูลทั้ง 2 ทางโดยไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโจมตีซึ่งกันและกัน
เป็นทางออกและสามารถเป็นไปได้
|
รูปแบบรายการที่เหมาะสมสำหรับวิทยุชุมชนในท้องถิ่นของไทย |
ในการทำการทดลองสิ่งที่ได้คำตอบมาค่อนข้างชัดเจนว่าคณะกรรมการนั้นถ้านำตัวแทนของชาวบ้านมา
15-20 คน มาเป็นคณะกรรมการสามารถที่จะไปได้ดี
รูปแบบของคณะกรรมการนั้นควรจะเป็นเนื้อหาเดียวกันถ้ามีความต่างกันทางสถานทางสังคมมาก
ๆ
จะปรากฏว่ากรรมการที่เด่นกว่าจะข่มคนที่ด้อยกว่าไม่กล้าแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมา
จะล้มเหลวได้
เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ากรรมการมีลักษณะเดียวกันเป็นตัวแทนของกลุ่มคนฟังจริง
ๆ ตามที่กลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อไปถึงจะทำให้เกิดผลที่ชัดเจน
กรรมการถ้าหากว่าทำกันในระยะยาวแล้วกรรมการควรจะมีลักษณะของการแต่งตั้งที่ชัดเจน
เพราะถ้าหากว่าเกิดแต่งตั้งไม่ชัดเจนตรงนี้จะเกิดปัญหาเหมือนกัน เช่น
การอยู่ในวาระของกรรมการที่อยู่นาน ๆ จะเกิดมีความรู้สึกผูกขาดเป็นเจ้าของ
คราวนี้รายการจะกลายเป็นของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของไม่ใช่เป็นของชาวบ้าน
เพราะฉะนั้นกรรมการชุดเดิมอาจจะดึงมาเป็นที่ปรึกษาบางส่วน
มีการถ่ายเทกรรมการชุดใหม่น่าจะมีการเปลี่ยนในวาระสัก 2-3
ปีอาจเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำงานกันนอกจากนั้นการดำเนินรายการอาจเป็นรูปแบบที่ง่าย
ๆ ภาษาใช้ภาษาถิ่นเป็นหลัก จะไม่ใช้ภาษากลาง
ข่าวสารจะเน้นข่าวสารท้องถิ่นเป็นหลัก รวมถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน
ข้อแนะนำต่าง ๆที่ชาวบ้านสะท้อนออกมาตรงที่จะนำเผยแพร่ได้ทั้งสิ้น
สิ่งที่เขาต้องการฟังบางครั้งอาจไม่อยู่ที่ท้องถิ่น
บางครั้งเขาอยากฟังข่าวสำคัญ ๆ ของประเทศข่าวหนึ่งในวันนั้น กรณีข่าวสำคัญ
ๆในต่างประเทศข่าวถือเป็นบทบาทสถานีต้องจัดหามาให้
จะทำให้เกิดรูปแบบในการดำเนินการที่เป็นสื่อสารมวลชนที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถานีกับชาวบ้านที่แท้จริงที่ไปทดลองที่จันทบุรีได้ผลพอสมควรทีเดียว
ชาวบ้านจะเข้ามามาก ๆ พอรายการเริ่มดังจะเริ่มมีปัญหา
สปอนเซอร์จะวิ่งเข้ามาหาจะมาเสนอให้มีการโฆษณาในรายการเป็นหน้าที่ของกรรมการให้ตัดสินเใจ
แต่กรรมการเข้ามาดูแล้วถ้าโฆษณาไปจะทำให้เขาไม่มีอิสระทางความคิดเขาไม่รับโฆษณา
เป็นเรื่องที่ชาวบ้านคิดและชาวบ้านตัดสินกันเอง สิ่งต่าง ๆ
เป็นเรื่องที่ท้าทาย
เพราะวิทยุกระจายเสียงชุมชนเป็นรูปแบบการบริหารจัดการวิทยุที่เป็นของประชาชนโดยประชาชน
เพื่อประชาชนหลายคนมองว่าจะให้ประชาชนมายึดสื่อหรือตรงนี้ไม่ใช่ จริง ๆ
แล้วประชาชนมามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสื่ออย่างเป็นเอกภาพ
และทำให้เกิดศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของท้องถิ่นอย่างแท้จริง |