วิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชน
นายสุรินทร์ แปลงประสบโชคผู้อำนวยการศูนย์ประสายงานมวลชนสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์
(เนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2542)
   แนวความคิดวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไร
ภาพจาก Web Site วิทยุชุมชนhttp://www.dangservice.com/fm.htm

          แนวคิดในเรื่องวิทยุกระจายเสียงชุมชน หรือวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชน เกิดขึ้นประมาณ 50 ปีที่ผ่านมานี้ เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ มีการคิดค้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา และมีการขยายตัวเป็นลำดับ มีสถานีวิทยุกระจายเสียงเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่บางแห่งก็อยู่ได้ บางแห่งก็ล้มไป และมีการพัฒนารูปแบบในการดำเนินการ ตอนนี้ นับว่ามีการดำเนินการกว้างขวางพอสมควร บ้านเราเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการ เพื่อจะรองรับสิ่งเหล่านี้ว่า สื่อท้องถิ่น จะต้องบริการเพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก

   การบริหารงานวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนมีการดำเนินงานอย่างไร

          การบริหารวิทยุกระจายเสียงชุมชน แตกต่างจากวิทยุทั่วไป คือวิทยุทั่วไปเป้าหมายค่อนข้างจะกว้างขวาง แต่วิทยุชุมชนจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แคบเฉพาะเจาะจง แตกต่างจากวิทยุทั่วไปคือ วิทยุกระจายเสียงชุมชน จะเป็นวิทยุกระจายเสียงที่บริหารจัดการโดยชาวบ้าน คิดว่าสิ่งที่เขาต้องการจะฟังนั้นคืออะไร และร่วมกันบริหารจัดการ ข้อมูลข่าวสารตรงนี้เพื่อพวกเขาฟังกันเอง โดยทำงาน ร่วมกับทางสถานี เป็นหัวใจสำคัญคือ ชาวบ้านมาบริหารจัดการที่รายการนั้นจะเป็นของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน และเพื่อชาวบ้าน คือสิ่งที่แตกต่างจากวิทยุทั่ว ๆ ไป จะคิดและทำรายการคิดว่าชาวบ้านชอบอะไร จะทำไปตามนั้นและเป้าหมายเดิมคือให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ ทำให้เกิดแนวความคิดที่ต่างกันไปคือ วิทยุชุมชนจะเป็นวิทยุกำลังต่ำ ที่มุ่งสู่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่ขณะที่วิทยุทั่ว ๆ ไปนั้นจะเป็นการมุ่งกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างกว้าง และทำงานโดยเจ้าหน้าที่สถานีเป็นหลัก และคิดว่าชาวบ้านต้องการฟังอะไรก็จะจัดให้

   ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

          ในรูปของคณะกรรมการ ปกติแล้วโดยชาวบ้านที่มีความสนใจร่วมกัน จุดกำเนิดในต่างประเทศมีชาวบ้านอาจจะเบื่อรูปแบบวิทยุที่เป็นการทำเพื่อการค้าโดยทั่ว ๆ ไป ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษมีเครือข่าย 2 เครือข่ายคือ ของ บีบีซี กับไอบีเอ เป็นเครือข่ายใหญ่ ปรากฏว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งซึ่งผลิตเพลงขึ้นมาปรากฏว่าไปออกทั้ง 2 เครือข่ายนี้ไม่ได้เขาเลยโมโหเลยไปออกที่ปากอ่าวยิงคลื่นวิทยุเข้ามถึงเรียกว่าคลื่นวิทยุโจรสลัด ปรากฏว่าสามารถปล้นคนฟังไปได้มากเข้ามาในประเทศอังกฤษในสัปดาห์หนึ่งได้จดหมายถึง 70,000 ฉบับ เข้าไปสู่รายการของเขา เพราะฉะนั้นในที่สุดชาวอังกฤษเลยยอมรับให้มีวิทยุกระจายเสียงชุมชนเกิดขึ้น          ในแง่ของการทำงานคือเกิดจากความสนใจของชาวบ้านจริง ๆ อาจจะทำในรูปของการซื้อเวลาร่วมกัน จัดในสิ่งที่ต้องการฟังร่วมกันอย่าง เช่น รายการเพลงเขาสามารถทำได้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นในแง่ของการดำเนินการวิทยุกระจายเสียงชุมชน ความที่เป็นตัวแทนของชุมชนได้โดยมีคณะกรรมการจากชาวบ้านเข้ามาร่วมบริหารจัดการ ซึ่งอาจเป็นทีมไม่ใหญ่นักอาจเป็น 15-20 คน ร่วมกันคิดร่วมกันทำ

   งบประมาณในการดำเนินงานได้จากที่ไหน

          งบประมาณจริง ๆ ค่อนข้างจะมาได้หลากหลาย ส่วนหนึ่งเกิดจากชาวบ้านได้มาช่วยกันอย่าง เช่น การซื้อเวลาของสถานีในการทำก็สามารถที่จะทำได้ หรืออาจจัดตั้งเป็นรูปของมูลนิธิในการที่จะใช้เงินมาบริหารจัดการเวลาของสถานี อย่างในเมืองไทยค่อนข้างจะเกิดขึ้นแปลกจากจุดอื่น ๆ คือเกิดจากสถานีมีความเคลื่อนไหวในการทำ เป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะว่ารัฐธรรมนูญเองได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า  สื่อท้องถิ่นนั้นจะต้องให้บริการข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรของชาติ และคลื่นวิทยุนั้นถือว่าเป็นทรัพยากรของชาติอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ แห่งเริ่มปรับตัวโดยหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสื่อ ได้เปิดช่องเวลาให้กับชุมชนเข้ามาบริหารจัดการอย่าง เช่น ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยมีการนำร่องไปทั้งหมด19 สถานี และจะมีการทำให้ครบทุก

ภาพจากหน่วยงานผลิตภาพถ่ายและไมโครฟอร์มสำนักเทคโนโลยีการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สถานีคิดว่าภายในงบประมาณนั้นน่าจะได้คำตอบและมีการขยายงาน ขณะเดียวกัน ก็เกิดในรูปแบบของภาคเอกชนทำลักษณะคล้ายจะเป็นวิทยุชุมชน เช่น จส.100 หรือรายการร่วมด้วยช่วยกัน ชาวบ้านได้มีโอกาสในการสะท้อนข้อมูล ข่าวสาร เข้ามาสู่รายการอย่างกว้างขวาง ค่อนข้างจะมีเสรีในการทำงานพอสมควร แต่ขาดในจุดที่เข้ามาเป็นกรรมการในการบริหารจัดการ อำนาจสูงสุดในการตัดสินใจนำรายการออกอากาศยังไม่ได้อยู่กับชาวบ้าน ยังเป็นเรื่องของสถานีที่เปิดโอกาสให้เท่านั้น ถ้าเขาทำในจุดที่อำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ชาวบ้านในการจะเลือกข่าวสารอะไรออกอากาศ ตัวนั้นจะเป็นวิทยุชุมชนที่สมบูรณ์ทีเดียว

   ความแตกต่างของวิทยุกระจายเสียงเพื่อชุมชนกับรายการวิทยุอื่น ๆ

          รูปแบบรายการคงจะไม่แตกต่างจากวิทยุอื่น ๆ อาจมีทั้งรายการนิตยสาร รายการเพลงอย่างที่กล่าวมา แต่สิ่งที่ต่างคือรูปแบบของการบริหารจัดการ โดยชาวบ้านเข้ามาคิดแทนผู้จัดรายการของเราว่าเขาต้องการจะฟังข้อมูลข่าวสารอะไร บทบาททางสถานีจะเข้าไปเป็นส่วนเสริมในแง่ของการให้ความรู้ในเรื่องของรายการต่าง ๆ หรือบางทีโดดเข้าไปร่วมจัดรายการกับชาวบ้าน และมีอาสาสมัครจากชาวบ้านเข้ามาช่วยกันจัดรายการ ช่วยกันดำเนินรายการ เป็นบทบาทสำคัญของชาวบ้านเป็นจุดหลัก

   โครงการนำร่องและมีการประเมินผลอย่างไร

          ทดลองมาเกือบปีหนึ่งโดยไปเริ่มใน 19 จังหวัดทั่วประเทศในการประเมินผลสถานีเป็นผู้ประเมิน แรก ๆ คนไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร ประชาชนในการที่จะให้ข้อมูลข่าวสารค่อนข้างจะน้อย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด แตกต่างกับกรุงเทพฯ ในต่างจังหวัดบางทีความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เขายังไม่กล้าที่จะส่งมาทางวิทยุ มีตัวอย่างเกิดขึ้น เขาจะเริ่มส่งเข้ามา และวิทยุชุมชนจะเป็นสื่อ 2 ทางที่จะมาเจอกัน ระหว่างการเสนอปัญหากับการแก้ไขปัญหา จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสื่อในการพัฒนาได้เป็นอย่างดีทีเดียว เช่น บางจุดมีปัญหาชาวบ้านโทรศัพท์เข้ามา การเพาะปลูกอย่างปลูกข้าวเกิดมีโรคข้าวระบาดก็โทรเข้ามายังรายการ มีปัญหาโรคข้าวระบาดเราอาจเชื่อมโยงไปยังเกษตรจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่ทางวิชาการ ให้ชาวบ้านคุยกันตรงนี้ว่าเขาจะแก้ปัญหาได้อย่างไร สามารถที่จะใช้วิทยุเป็นสื่อกลางในการทำงานได้เป็นอย่างดี รูปแบบการบริหารจัดการนอกจากจะเป็นเรื่องของชาวบ้านมาดำเนินการ สถานีจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม บางส่วนในแง่ที่จะใช้ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชนคู่กับสิ่งที่เป็นข้อมูลจากชาวบ้าน

   ปัญหาอุปสรรคแนวทางแก้ไขในการดำเนินงาน

          ปัญหามากเหมือนกัน หน่วยราชการบางแห่งยังไม่เข้าใจ เพราะบางทีการที่ไปสะท้อนข้อมูลหรือสิ่งที่เป็นปัญหาบางทีก็มองเหมือนกันกับการจับผิด โดยชาวบ้านหลายแห่งผู้จัดรายการอาจจะถูกบีบ อาจจะถูกฟ้องมาทางกรมประชาสัมพันธ์ที่จะให้เปลี่ยนตัวคน คณะกรรมการบริหารวิทยุชุมชนจะมีบทบาทสำคัญ มาพิจารณากันดูว่าข้อมูลข่าวสาร ถ้าเป็นข้อเท็จจริงพร้อมจะเป็นเกราะให้กับผู้จัดรายการของเราได้เป็นอย่างดีหลาย ๆ แห่งเกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาโดยคณะกรรมการเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาก็ลุล่วงไปด้วยดี แต่บางจุดชาวบ้านเองไม่เข้าใจสิทธิหน้าที่เหมือนกัน บางทีไปวิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างจะรุนแรง วิทยุชุมชนไม่ใช่ว่าเป็นสื่อเพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม ต้องเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้น การกลั่นกรองในเบื้องต้นก็เป็นสิ่งจำเป็น พูดกันด้วยเหตุด้วยผลอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง ถึงแม้ว่าบางครั้งจะเกิดปัญหาก็มีลู่ทางออก เช่น จันทบุรี ผมไปนำสิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้คือหมอแผนโบราณท่านหนึ่งมารักษาโรคตา เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้านมาก สถานีเดินทางไปสัมภาษณ์หมอตามที่ชาวบ้านแนะนำ ออกอากาศชาวบ้านชื่นชอบกันมาก แต่สาธารณสุขไม่ชอบ เขาบอกว่าวิธีการโบราณตัวนั้นมันผิดหลักการแพทย์ วิธีการทำงานเชื่อมโยงสาธารณสุขมาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเอาสาธารณสุขมาพูดอีกทีหนึ่ง ใช้เวทีเป็นสื่อกลางในการที่จะให้ข้อมูลทั้ง 2 ทางโดยไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโจมตีซึ่งกันและกัน เป็นทางออกและสามารถเป็นไปได้

   รูปแบบรายการที่เหมาะสมสำหรับวิทยุชุมชนในท้องถิ่นของไทย

          ในการทำการทดลองสิ่งที่ได้คำตอบมาค่อนข้างชัดเจนว่าคณะกรรมการนั้นถ้านำตัวแทนของชาวบ้านมา 15-20 คน มาเป็นคณะกรรมการสามารถที่จะไปได้ดี รูปแบบของคณะกรรมการนั้นควรจะเป็นเนื้อหาเดียวกันถ้ามีความต่างกันทางสถานทางสังคมมาก ๆ จะปรากฏว่ากรรมการที่เด่นกว่าจะข่มคนที่ด้อยกว่าไม่กล้าแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมา จะล้มเหลวได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ากรรมการมีลักษณะเดียวกันเป็นตัวแทนของกลุ่มคนฟังจริง ๆ ตามที่กลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อไปถึงจะทำให้เกิดผลที่ชัดเจน กรรมการถ้าหากว่าทำกันในระยะยาวแล้วกรรมการควรจะมีลักษณะของการแต่งตั้งที่ชัดเจน เพราะถ้าหากว่าเกิดแต่งตั้งไม่ชัดเจนตรงนี้จะเกิดปัญหาเหมือนกัน เช่น การอยู่ในวาระของกรรมการที่อยู่นาน ๆ จะเกิดมีความรู้สึกผูกขาดเป็นเจ้าของ คราวนี้รายการจะกลายเป็นของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของไม่ใช่เป็นของชาวบ้าน เพราะฉะนั้นกรรมการชุดเดิมอาจจะดึงมาเป็นที่ปรึกษาบางส่วน มีการถ่ายเทกรรมการชุดใหม่น่าจะมีการเปลี่ยนในวาระสัก 2-3 ปีอาจเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำงานกันนอกจากนั้นการดำเนินรายการอาจเป็นรูปแบบที่ง่าย ๆ ภาษาใช้ภาษาถิ่นเป็นหลัก จะไม่ใช้ภาษากลาง ข่าวสารจะเน้นข่าวสารท้องถิ่นเป็นหลัก รวมถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน ข้อแนะนำต่าง ๆที่ชาวบ้านสะท้อนออกมาตรงที่จะนำเผยแพร่ได้ทั้งสิ้น สิ่งที่เขาต้องการฟังบางครั้งอาจไม่อยู่ที่ท้องถิ่น บางครั้งเขาอยากฟังข่าวสำคัญ ๆ ของประเทศข่าวหนึ่งในวันนั้น กรณีข่าวสำคัญ ๆในต่างประเทศข่าวถือเป็นบทบาทสถานีต้องจัดหามาให้ จะทำให้เกิดรูปแบบในการดำเนินการที่เป็นสื่อสารมวลชนที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถานีกับชาวบ้านที่แท้จริงที่ไปทดลองที่จันทบุรีได้ผลพอสมควรทีเดียว ชาวบ้านจะเข้ามามาก ๆ พอรายการเริ่มดังจะเริ่มมีปัญหา สปอนเซอร์จะวิ่งเข้ามาหาจะมาเสนอให้มีการโฆษณาในรายการเป็นหน้าที่ของกรรมการให้ตัดสินเใจ แต่กรรมการเข้ามาดูแล้วถ้าโฆษณาไปจะทำให้เขาไม่มีอิสระทางความคิดเขาไม่รับโฆษณา เป็นเรื่องที่ชาวบ้านคิดและชาวบ้านตัดสินกันเอง สิ่งต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะวิทยุกระจายเสียงชุมชนเป็นรูปแบบการบริหารจัดการวิทยุที่เป็นของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชนหลายคนมองว่าจะให้ประชาชนมายึดสื่อหรือตรงนี้ไม่ใช่ จริง ๆ แล้วประชาชนมามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสื่ออย่างเป็นเอกภาพ และทำให้เกิดศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

คัดจาก : http://www.stou.ac.th/Thai/Offices/Oce/Knowledge/2-48/page5-2-48.html
         ซึ่งทีมของเราพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์มาก จึงได้คัดลอกนำมาเสนอ และขอขอบคุณเจ้าของบทความไว้ ณ ที่นี้ด้วย