วิทยุชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน
ปาฐกถาโดย จอน อึ๊งภากรณ์ สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร
เนื่องในโอกาสครบรอบ ๓ ปี สหพันธุ์วิทยุชุมชน ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ ๑๐ ต.ค.๔๘

            คำว่า "วิทยุชุมชน" นั้น หากเป็นของจริงของแท้ย่อมต้องหมายถึงสถานีวิทยุ "ของชุมชน" "โดยชุมชน" และ "เพื่อชุมชน"

            การที่ชุมชนเป็น "เจ้าของ" นั้น ย่อมหมายความว่าชุมชนนั้นเป็นผู้ตัดสินใจก่อตั้งสถานี เป็นผู้ลงทุนหรือสรรหาทุนร่วมกัน เป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ ของสถานี ตลอดจนเป็นผู้เลือกตั้งและถอดถอนกรรมการและผู้บริหารของสถานี ทั้งนี้โดยอาศัยที่ประชุมของชุมชนซึ่งสมาชิกชุมชนทุกคนมีสิทธิในการมาร่วมประชุม และในการเสนอญัตติหรือเสนอความคิดเห็น และในการลงคะแนนเสียงคนละหนึ่งคะแนนเท่าเทียมกันหมด

            การดำเนินการ "โดยชุมชน" หมายความว่าทุกคนในชุมชนมีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในกิจการของสถานีตามความสมัครใจ เช่นเป็นผู้บริหารหรือกรรมการดำเนินงาน ผู้ดูแลผังรายการ ผู้กำกับรายการ ผู้ประกาศ ผู้อ่านข่าว ผู้ศึกษาและรวบรวมข้อมูล ผู้เขียนบท ดีเจ ผู้ควบคุมเสียง ผู้ดูแลรักษาเครื่องส่ง ตลอดจนผู้ชงกาแฟ ฯลฯ

            การดำเนินการ "เพื่อชุมชน" หมายความว่ารายการวิทยุต่างๆ ต้องสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาของชุมชน และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อชุมชน ดังนั้นรายการวิทยุจะต้องไม่มีลักษณะ หลอกลวง มอมเมา โฆษณาชวนเชื่อ ส่งเสริมผลประโยชน์เฉพาะบุคคล สร้างความแตกแยก หรือทำลายวัฒนธรรมที่ดีหรือความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสถานีวิทยุดังกล่าวจะเสนอความคิดเห็นและมุมมองที่หลากหลายของคนในชุมชนไม่ได้ เพราะสถานีวิทยุควรเป็นเวทีกลางที่ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและถกเถียงกันได้ แต่ที่สำคัญสถานีจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนเท่าเทียมกันหมด เพราะทุกคนเป็นเจ้าของสถานีเหมือนกัน

            ข้อความที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้น่าจะสามารถใช้เป็นเกณฑ์และบรรทัดฐานในการตรวจสอบและประเมินผลวิทยุชุมชนว่า ใช่ของจริงหรือไม่ แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่าในปัจจุบันจะหาสถานีวิทยุที่เป็น "ของชุมชน" "โดยชุมชน" และ "เพื่อชุมชน" อย่างแท้จริงนั้นได้ยาก แม้แต่ในหมู่พวกท่านกันเองที่ทำวิทยุชุมชนด้วยอุดมการณ์เพื่อส่วนรวมก็ตาม

            ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะท้าทายพวกท่านคือ ขอให้ช่วยกันพัฒนาสถานีวิทยุชุมชนให้เป็น "ของชุมชน" "โดยชุมชน" และ "เพื่อชุมชน" ให้ได้ แม้จะต้องทุ่มเทกำลังและใช้เวลานาน ในการส่งเสริมการเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วมของชุมชน และในการพัฒนาคุณภาพและความหลากหลายของรายการวิทยุก็ตาม

            วันนี้ผมตั้งใจจะไม่พูดถึงปัญหาอุปสรรคที่มาจากภาครัฐ เพราะเป็นเรื่องที่ทราบกันดี เห็นพ้องต้องกัน และพูดกันมามากแล้ว จึงขอพูดแต่ในเรื่องที่เป็นโจทย์สำหรับพวกท่านที่เป็นผู้บุกเบิกวิทยุชุมชน ผมเห็นด้วยกับผู้ช่วยของผมซึ่งได้ช่วยผมในการเตรียมประเด็นที่กล่าวถึงในวันนี้ ว่าคำว่า "ชุมชน" นั้นไม่จำเป็นต้องหมายถึงชุมชนในทางภูมิศาสตร์

            ถ้าเป็นชุมชนทางภูมิศาสตร์ เช่นเป็นชุมชนระดับหมู่บ้าน ตำบล หรือชุมชนสลัม การกระจายเสียงด้วยกำลังส่งไม่เกิน ๓๐ วัตต์ และเสาอากาศสูงไม่เกิน ๓๐ เมตรอาจจะเหมาะสมอยู่ แต่ผมเห็นว่า รูปแบบของ 'ชุมชน' ไม่อาจถูกตีกรอบที่อาณาเขตทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว เพราะชุมชนยังหมายถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องหนึ่งๆ ร่วมกันหรือมีประสบการณ์ร่วมกัน

            แม้ว่าผมจะมีวิทยุชุมชนที่ใกล้ตัวผมมาก คือที่ปากทางเข้าหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ มีห้องแถวห้องหนึ่งที่ติดป้ายตัวโตอยู่ด้านหน้าว่า จุดปฏิบัติการการเรียนรู้วิทยุชุมชน ซึ่งเป็นคลื่นเท่าไรผมก็จำไม่ได้ จัดแต่รายการเพลงตามคำขอซึ่งผมก็ไม่สนใจ เมื่ออยู่หน้าเครื่องวิทยุ ผมก็ลืมปรับหน้าปัดวิทยุของผมไปฟัง อาจเป็นเพราะผมไม่ได้มีประเด็นร่วม และก็ไม่คิดว่ามันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องฟังวิทยุชุมชน เพียงเพราะเราเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นเท่านั้น ผมจึงไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่า เรื่อง 'พื้นที่' จะมีส่วนสำคัญในความเป็น 'ชุมชน' เสมอไป มากไปกว่าความหมายของชุมชนในแง่ของกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิด ความสนใจ และประสบการณ์ร่วมกัน

            เพื่อนๆ ของผมที่ทำงานเอดส์ ก็มีส่วนหนึ่งที่ทำรายการวิทยุชุมชนอยู่แถวถนนรามคำแหง โดยทีมงานที่ทำ มาจากพื้นเพที่หลากหลายในเมืองไทย แต่พวกเขายึดโยงกันด้วยเนื้อหาที่ต่อสู้ร่วมกัน คือ เรื่องสิทธิของผู้ติดเชื้อฯ ซึ่งประเด็นเด่นร้อนที่พวกเขาเสนอในช่วงที่ผ่านมา คือเรื่องนโยบายของประเทศไทยที่มีต่อการเจรจาการค้าเสรีแบบทวิภาคี หรือ เอฟทีเอ โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิบัตรยา แต่ตามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ของวิทยุชุมชน เขาสามารถส่งกระจายเสียงได้เฉพาะในรัศมีแคบๆ โดยไม่มีหลักประกันว่าจะมีผู้ฟังที่สนใจในประเด็นที่เขาเสนอ แต่ถ้าเขามีโอกาสกระจายเสียงทั่วประเทศ เขาอาจได้แฟนประจำที่สนใจมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดจำนวนเป็นพันก็ได้ ตอนหลังพอพวกเขาพูดเรื่องนี้มากๆ เข้า เรื่องสิทธิบัตรยา จึงไปกระเทือนต่อคลื่นวิทยุการบิน จน กทช. ก็ส่งหนังสือมาให้ระงับการออกอากาศเสีย

            แต่เรื่องสั่งปิดวิทยุชุมชน ไม่ใช่ประเด็นของผมในวันนี้ ผมกำลังมุ่งประเด็นที่ว่า สังคมไทยจะมีส่วนร่วมกับวิทยุชุมชนอย่างไร ทั้งนี้ ผมให้ฐานะวิทยุชุมชนว่าเป็นสื่อที่ไม่ต่างจากสื่ออื่นๆ ที่จะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มคนฟังที่เหนียวแน่น ทว่าคนฟังของวิทยุชุมชนไม่ได้มีฐานะแบบผู้รับสื่อเชิงพาณิชย์อื่นๆ ที่มีหน้าที่เสพสื่อนั้นๆ เพื่อล่อให้ผู้สนับสนุนเข้ามาจ่ายเงินซื้อเวลา แต่คนฟังของวิทยุชุมชน เป็นแกนหลักสำคัญที่จะทำให้วิทยุชุมชนเข้มแข็ง

            แต่คำถามคือ ทุกวันนี้ นอกจากคนจัดวิทยุชุมชนแล้ว เรามีชุมชนที่ ติดตาม เข้ามามีส่วนร่วม และรับฟังวิทยุชุมชนมากน้อยเพียงไร แล้วเมื่อวิทยุชุมชนถูกทำให้ตายไป มีชุมชนที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิหวงแหนคลื่นของพวกเขาหรือไม่ หรือผู้ที่เดือดร้อน ยังคงเป็นคนที่อยากทำวิทยุชุมชนเท่านั้น

            ดังนั้นเราอาจต้องมองคำว่า "วิทยุชุมชน" กว้างกว่าที่ผ่านมา และวิทยุชุมชนบางประเภทที่เกิดจากประเด็นร่วมมากกว่าภูมิศาสตร์ร่วม อาจต้องสามารถรับฟังได้ทั่วประเทศ ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องคิดใหม่เรื่องวิธีการกระจายเสียง เช่นเน้นการกระจายเสียงทางอินเตอร์เนตเป็นต้น

            ส่วนวิทยุชุมชนที่เป็นชุมชนร่วมทางภูมิศาสตร์ก็คงยังสามารถกระจายเสียงในระดับตำบลตามสูตร ๓๐ วัตต์ คูณ ๓๐ เมตร ได้ และในบางพื้นที่อาจมีทั้งประเด็นร่วมและภูมิศาสตร์ร่วม เช่นในพื้นที่ที่ชาวบ้านกำลังต่อสู้ในเรื่องเดียวกัน อาทิ คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าในชุมชนเป็นต้น แต่ก็ควรจะต้องแบ่งเวลาให้กับชาวบ้านส่วนที่สนับสนุนโรงไฟฟ้าด้วย จริงหรือไม่?

            เพื่อการมีพลังและความน่าสนใจของวิทยุชุมชน อาจจะต้องมีการเชื่อมกันเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งวิทยุชุมชนที่เป็นชุมชนประเด็น และที่เป็นชุมชนทางภูมิศาสตร์ เพื่อที่จะสามารถออกอากาศร่วมกันในโอกาสที่สำคัญ (คล้ายกับโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ) และเพื่อการแลกเปลี่ยนรายการให้มีทั้งคุณภาพและความหลากหลาย

            ทั้งหมดที่ผมเสนอมานี้ เป็นเรื่องที่เสนอมาเพื่อการพิจารณาขบคิด จะได้ไม่หมกมุ่นกับประเด็นอำนาจรัฐจนไม่คิดที่จะพัฒนาวิทยุชุมชน เมื่อพวกท่านได้รับฟังแล้วคิดเห็นอย่างไร

ที่มา :เอกสารผลงานวิชาการเผยแพร่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน http://www.midnightuniv.org/pomo/rrr/radio.html
            (ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ) ทีมเราพิจารณาเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้คัดลอกมานำเสนอ และขอขอบพระคุณเจ้าของบทความและมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมา ณ ที่นี้