|
ทุกวันนี้มีเสียงบ่นจากประชาชนในเมืองใหญ่ๆ
ว่า คลื่นวิทยุชุมชนไปแทรกทำให้การรับฟังสถานีวิทยุกระแสหลักใหญ่ๆ
ไม่ชัดเจน หรือไปกวนคลื่นโทรทัศน์บางบ้าน ทำไมจึงเกิดสถานีวิทยุขนาดเล็ก(กำลังส่งต่ำ)
ที่เรียกเองตัวเองว่าวิทยุชุมชนมากมายในตอนนี้ วิทยุขนาดเล็กที่อ้างว่าเป็นวิทยุชุมชนนั้น
เป็นวิทยุชุมชนจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าแอบอ้างคำว่าวิทยุชุมชนบังหน้าเพื่อทำธุรกิจด้านสื่อสาร
มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ระบุให้คลื่นทั้งหลายในอากาศเป็น "ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ"
และให้มีองค์กรอิสระเพื่อมาดูแลการใช้คลื่น
มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญทำลายการผูกขาดความเป็นเจ้าของคลื่นโดยรัฐ
ไม่ว่าจะเป็นคลื่นโทรคมนาคม, คลื่นวิทยุ/โทรทัศน์ และกำหนดให้มีองค์กรอิสระมาดูแลการใช้คลื่น
ซึ่งเป็นที่มาของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2543
ใน พ.ร.บ.นี้ มาตราที่ 26 อนุสี่
ระบุไว้ ดังนี้ "การจัดทำแผนแม่บทกิจกรรมกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
และการอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าว ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยจะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ....."
ภาคประชาชนหมายถึงใครกฎหมายระบุต่อไปในอนุห้าดังนี้
".....ภาคประชาชนนั้นต้องดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ"
วิทยุชุมชนไทยที่มาจากการเตรียมชุมชนของภาคประชาชนยึดหลักการนี้คือ
ไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจ ซึ่งก็เหมือนกับวิทยุชุมชนทั่วโลก ดังนั้น
ลักษณะสำคัญของวิทยุชุมชนไทยข้อหนึ่งคือ เป็นระบบอาสาสมัคร ไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจ
ถ้าท่านหมุนหน้าปัดวิทยุไปเจอสถานีวิทยุที่ไม่คุ้นหูในรายการเต็มไปด้วยการขายสินค้าหรือบริการ
แล้วบอกตัวเองว่าเป็นวิทยุชุมชน นั่นเป็นสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็ก ไม่ใช่วิทยุชุมชนแน่นอน
ทำไมวิทยุเอกชนขนาดเล็กจึงเกิดขึ้นอย่างมากมายเมื่อปลายปี
2547 เรื่องนี้มีตำนาน
วิทยุเอกชนขนาดเล็กที่ออกอากาศมากมายในขณะนี้
เกิดจากแรงส่ง 3 ประการ
แรงส่งที่หนึ่ง หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
16 กรกฎาคม 2545 ใจความว่า "...เพราะภาคประชาชนได้ขอใช้คลื่นความถี่
และมีการเปิดวิทยุชุมชนมากขึ้น หากมีการห้ามก็อาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้....."
ทำให้การคุกคามด้านกฎหมายกับวิทยุชุมชนหมดไป สร้างความขุ่นข้องให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคน
จึงมีคำปรารภอมตะว่า "ถ้าจัดการ(จับกุม) พวกมัน(วิทยุชุมชน)ไม่ได้
ก็ยุให้คนอื่น(นักจัดรายการวิทยุอาชีพ)ตั้งสถานีแข่ง ให้มันเละกันไปเลย"
จึงมีการกระซิบจากเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์บางจังหวัดให้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ต่างจังหวัด,
นักจัดรายการวิทยุอาชีพ, นายทุนท้องถิ่น ตั้งสถานีวิทยุขนาดเล็กอ้างว่าเป็นวิทยุชุมชนขึ้นหาเลี้ยงชีพ
ในช่วงนั้น(2545-46) มีสถานีเอกชนขนาดเล็กตั้งขึ้นน้อยมาก
ที่ไม่มีคนกล้าตั้งเพราะ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำมั่นสัญญากับคนเหล่านั้นได้ว่า
ตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กขึ้นมาแล้วมีหลักประกันอะไรจะไม่ถูกจับ
ผิดกับจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนที่ตั้งโดยชุมชนที่มีขบวนการทำความเข้าใจ/เตรียมความพร้อมชุมชน
จนชุมชนมั่นใจจึงออกอากาศ
แรงส่งประการที่สอง คือในปี
2547 สัมปทานเวลาสถานีวิทยุในต่างจังหวัดโดยเฉพาะสถานีวิทยุทหารเปลี่ยนมือเกือบหมด
มีการขึ้นราคาเวลารายการโดยเจ้าของสัมปทานรายใหม่ ทำให้นักจัดรายการวิทยุอาชีพที่เคยเช่าเวลาจัดรายการในสถานีวิทยุนั้นๆ
ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้กลายเป็นคนตกงาน
เมื่อกรมประชาสัมพันธ์รับประกันคนเหล่านั้นว่าสามารถตั้งสถานีวิทยุขนาดเล็กใต้ร่มกรมประชาสัมพันธ์ได้
โดยเข้าโครงการ "เตรียมความพร้อมวิทยุชุมชน" เท่านั้นแหละมีการตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กขึ้นมากมายหลายร้อยสถานี
แรงส่งประการที่สาม คือการให้โฆษณาได้ชั่วโมงละ
6 นาที วิทยุชุมชนจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติครบถ้วน 3 อย่างคือ เป็นของชุมชน
โดยชุมชนและเพื่อชุมชน
ดังนั้น ชุมชนต้องรู้ว่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของวิทยุชุมชนของตนได้จึงออกอากาศ
ผิดกับสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กที่ต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีพ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงกรมประชาสัมพันธ์จัดให้
โฆษณาได้ชั่วโมงละ 6 นาที ดีดลูกคิดรางแก้วตั้งสถานีไม่กี่เดือนก็คืนทุนแล้ว
ที่น่าสลดใจคือ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนตั้งตัวเป็นคนรวบรวมหุ้นส่วนตั้งสถานีวิทยุภายใต้
"โครงการเตรียมความพร้อมวิทยุชุมชน" บางคนยุให้เอกชนรีบมาขึ้นทะเบียนร่วมโครงการทั้งๆ
ที่ไม่มีสถานีหรือยังไม่ได้เตรียมการใดๆ เลย อ้างว่าเพื่อยึดคลื่น
ท่านรองนายกฯวิษณุ
เครืองาม ที่ดูแลเรื่องนี้ น่าเรียกบัญชีผู้ขอเข้าร่วมโครงการมาดู
แรงส่งทั้งสามประการทำให้เกิดสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กมากมายเกือบพันสถานี
ที่เรียกตัวเองว่าวิทยุชุมชน
เมื่อไปรบกวนการฟังวิทยุการดูโทรทัศน์ชาวบ้าน
วิทยุชุมชนจริงก็ถูกเหมารวมไปด้วยว่ารบกวนชาวบ้าน ทั้งๆ ที่เวลา 3
ปีที่ผ่านมา วิทยุชุมชนจริงไม่เคยก่อปัญหานี้
บางแห่งมีปัญหารบกวนตอนเริ่มออกอากาศ แต่ชุมชนก็ประชุมร่วมกันแก้ปัญหาไปได้
ในที่นี้จึงอยากเรียกร้องต่อสังคมดังนี้
หนึ่ง-วิทยุชุมชนเคารพในสิทธิของเอกชนในการตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็ก
แต่กรุณาอย่าใช้ชื่อว่าวิทยุชุมชน จะใช้ชื่อวิทยุท้องถิ่นหรือชื่ออื่นก็ได้
สอง-วิทยุเอกชนขนาดเล็กน่าจะรวมตัวกันเป็นผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อการต่อรองกับ
กสช. เพราะพวกท่านต้องไปใช้คลื่น 80% ที่เป็นของภาครัฐและเอกชน ไม่มีสิทธิใช้คลื่น
20% ที่เป็นของภาคประชาชนได้ ถ้าไม่รวมตัวกัน พวกท่านก็จะถูกทุนใหญ่ฮุบคลื่นไปทั้งหมด
สาม-รัฐต้องไม่แก้ปัญหานี้แบบเหมารวม
ต้องแยกออกเป็นสองพวก คือวิทยุเอกชนขนาดเล็กและวิทยุชุมชน เพราะทั้งสองต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งความเป็นมา
ปรัชญา การก่อเกิดและการดำเนินงาน การแก้ปัญหาแบบเหมารวมก็เข้าทางที่กล่าวไว้ตอนต้น
"ทำให้เละแล้วค่อยรวบ"
สี่-สองหลับตานึกภาพดูว่าถ้าให้กรมประชาสัมพันธ์โฆษณาชั่วโมงละ
6 นาที รายการวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์จะเละขนาดไหน วิทยุชุมชนเขาก็กลัวอย่างนั้นแหละ
ที่มา มติชนรายวัน 24 มีนาคม 2548
สมาคมนักข่าวและวิทยุแห่งประเทศไทย
ที่มา
: รักบ้านเกิดดอทคอม
ทีมเราเห็นว่าน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาเสนอ จึงขอขอบคุณเจ้าของบทความไว้
ณ ที่นี้
|