ข่าววิทยุชุมชน

จี้แจงวิทยุชุมชนไม่กวนการบิน

            นาย อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนักบินบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) รายหนึ่งให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ วุฒิสภา ไม่เชื่อคลื่นวิทยุการสื่อสารใดๆ จะมีผลต่อการติดต่อสื่อสารบนเครื่องบินตามที่ทางการยกมาอ้างปิดวิทยุชุมชน ว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวมทั้งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งทำความกระจ่างในเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะข้อมูลเรื่องวิทยุชุมชนไปรบกวนวิทยุการบินยังคลุมเครือ สงสัยว่า ถูกนำมาใช้เป็นเพียงข้ออ้างปิดวิทยุชุมชนที่เสนอเนื้อหาวิพากษ์ วิจารณ์รัฐบาลหรือไม่ ขณะเดียวกัน ขอเรียกร้องให้นักวิชาการช่วยตรวจสอบและออกมาให้ข้อเท็จจริงกับ สังคมในเรื่องนี้ด้วย "วันนี้วิทยุชุมชนในต่างจังหวัดจำนวนมากถูก สั่งปิด ด้วยข้ออ้างเรื่องกระทบวิทยุการบินทั้งสิ้น เมื่อผู้ดำเนินการขอดูหลักฐาน ก็ไม่สามารถแจกแจงได้อย่างชัดเจน" นายอภิชาตกล่าว
             ส่วนการปิดสถานีวิทยุชุมชน 3 สถานีใน จ.ลำปาง นั้น นายสมบูรณ์ วงศ์โสม ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง เผยว่า ยังมีสถานีวิทยุชุมชนอีกหลายสถานีที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีบางแห่งออกอากาศโจมตีผู้อื่นหรือกล่าวหาให้ร้ายผู้อื่นใช้คำพูดหยาบคาย ด้วย

ข้อมูล : นสพ.มติชน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549

รัฐบาลยันไม่ปิดวิทยุชุมชนถูกกฎ "ผู้จัด"หลายจังหวัดผวาเจอคุก

            รัฐบาล ยันไม่มีนโยบายปิดสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ หลังศาลจำคุกเจ้าของสถานี แต่ให้ปฏิบัติตามมติ ครม. ไม่ละเมิดกฎหมาย เสนอทางออกให้ผู้จัดขอใช้คลื่น กปส. 52 ความถี่ 1,556 สถานี ระหว่างรออนุมัติจะผ่อนผันให้ก่อน ผู้จัดผวาโดนฟ้อง
            เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกณพ เกตุชาติ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญนางภัทริยา สุมโน รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) นายมนัส ทรงแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และนายคณวัฒน์ วศินสังวร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาหารือถึงการดำเนินการกับวิทยุชุมชนกว่า 2,000 สถานี ภายหลังกรณีศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาจำคุก 4 เดือนนายเสถียร จันทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน "เกษไชโย" คลื่นความถี่เอฟเอ็ม 92.25 เมกะเฮิร์ตซ์ ฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมระบุว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ผ่อนผันวิทยุชุมชนไม่ใช่กฎหมาย

            นายกณพ เปิดเผยผลการหารือว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะให้คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประชุมร่วมกันในสัปดาห์หน้า เพื่อทบทวนระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยุชุมชน ตลอดจนหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป เบื้องต้นมีข้อเสนอที่เป็นไปได้ 2 แนวทางคือ
             1.ให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนไปใช้คลื่นความถี่ของ กปส.ที่มีอยู่ 52 ความถี่ แต่สามารถใช้ความถี่ซ้ำกันได้ 1,556 สถานี ซึ่งระหว่างการพิจารณาให้รายใดใช้คลื่นความถี่หรือไม่ จะผ่อนผันให้ออกอากาศทางคลื่นเดิมไปก่อน
             2.ให้ กปส.และส่วนราชการที่มีสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของตัวเองพิจารณาจัดสรรเวลาให้ ชุมชนไปจัดรายการบ้าง และว่า กทช.ได้แจ้งข้อมูลขณะนี้มีวิทยุชุมชนทั้งสิ้น 2,110 สถานี ในจำนวนนี้ มีวิทยุชุมชนที่มีคลื่นรบกวนคลื่นวิทยุและโทรทัศน์กระแสหลัก จำนวน 274 สถานี และมีวิทยุชุมชนที่มีคลื่นรบกวนคลื่นวิทยุการบิน 238 สถานี

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อน ครม.มีมติผ่อนผันวิทยุชุมชน กทช. เคยเสนอให้ยุติการออกอากาศของวิทยุชุมชนทั้งหมด แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้วิธีผ่อนผัน เมื่อมีคำพิพากษาศาลจังหวัดอ่างทองเช่นนี้ จะสั่งยุติการดำเนินการของวิทยุชุมชนหรือไม่ นายกณพกล่าวว่า เรื่องนี้ กกช.ต้องหาข้อสรุปให้ได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ต้องเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้จะไม่มีคำสั่งระงับการออกอากาศของวิทยุชุมชน รัฐบาลยืนยันว่าจะสนับสนุนวิทยุชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญต้องมีกฎหมายรองรับด้วย

             ที่ รัฐสภา นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องทำความชัดเจนว่า การดำเนินการวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนคำพิพากษาของศาลที่ระบุว่ามติ ครม.ไม่ใช่กฎหมาย คิดว่าการอนุญาตวิทยุชุมชนเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน เพราะวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นผลจากมติ ครม.ทั้งสิ้น ไม่คิดว่ารัฐบาลจะใช้เหตุนี้ (คำพิพากษาศาล อ่างทอง) สั่งปิดวิทยุชุมชนทั้งหมด เพราะการดำเนินการที่ผ่านมา เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐ ธรรมนูญ

             นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะเชิญนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำวิทยุชุมชนกว่า 3,000 แห่ง และตัวแทนคณะกรรมการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) มาพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้เพื่อหาข้อสรุปเบื้องต้น เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินรายการวิทยุชุมชนตามมติ ครม. ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนตามเจตนารมณ์การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แม้จะนำไปประกอบธุรกิจ หรือใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้รัฐบาลก็ตาม แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบเดิม คือ เครื่องส่งไม่เกิน 30 วัตต์ เสาสูงไม่เกิน 30 เมตร รัศมีออกอากาศไม่เกิน 15 กิโลเมตร ที่ จ.อ่างทอง ภายหลังมีคำพิพากษาศาลอ่างทอง นางเงินยวง ศักดิ์ไพศาล ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง ได้เชิญชุดปฏิบัติการเรียนรู้สถานีวิทยุชุมชนทั้ง 16 แห่ง เข้าประชุมที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ให้สถานีวิทยุออกอากาศได้ตามปกติ แต่ให้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมประชาสัมพันธ์

             นายเสถียร จันทร ผู้อำนวยการจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนเกษไชโย กล่าวว่า กำลังปรึกษากับนายวิเชียร คุตวัส ประธานสมาพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ สภาทนายความ คณะกรรมการปฏิรูปสื่อ เพื่อหาแนวทางที่ชัดเจน และจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
             ที่ สภ.อ.เมืองอ่างทอง นายชุบ อินทร์ฉาย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 5 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทองพร้อมชาวบ้านเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ต.สุพิศ แจ้งสว่าง พนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองอ่างทอง ว่าได้รับความเดือดร้อนจากสถานีวิทยุชุมชน "คนอ่างทอง" คลื่นความถี่ 104.50 เมกะเฮิร์ตซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 84/2 หมู่ 4 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง และสถานีวิทยุใกล้เคียง ส่งคลื่นรบกวนสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 3-9 มานานกว่า 9 เดือน ขอให้ดำเนินคดีฐานทำผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม
ทางด้านท่าทีของผู้ เกี่ยวข้องกับสถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดต่างๆ นั้น นายสุขุม วงเวียน เลขาธิการสภาการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า สวช.ยอมรับคำตัดสินของศาลจังหวัดอ่างทอง แต่กรณียังไม่น่าจะถือเป็นบรรทัดฐานให้จุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน อื่นๆ กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศต้องหยุดออกอากาศ เพราะเป็นเพียงความเห็นของศาลชั้นต้นเท่านั้น และในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) บริหารจัดการคลื่นความถี่นั้น กทช.น่าจะเข้ามาดูแลไม่ให้เกิดปัญหาการทับซ้อนของคลื่นหลักกับคลื่นวิทยุชุม ชน
นายชูโชค ทองตาล่วง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้มีวิทยุชุมชนใน จ.เชียงใหม่มากกว่า 100 สถานีแล้ว มีสถานี 10 รายที่ทำผิดข้อตกลง เช่น ตั้งเสาสูงเกิน 30 เมตร และส่งกระจายเสียงเกิน 15 กิโลเมตร จึงตักเตือนให้ปรับปรุงไปแล้ว เมื่อศาลอ่างทองตัดสินลงโทษ คงต้องหารือคณะทำงานก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่โดยรวมยังไม่มีปัญหาหรือสร้างความเสียหายต่อสังคมจนต้องดำเนินการอย่าง เข้มงวดนางศรีสุดา ชวชาติ นักจัดรายการวิทยุชุมชนชื่อดัง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า วิทยุชุมชน จ.เชียงใหม่มีกันหลายกลุ่มมาก แต่ทั้งหมดก็ทำภายใต้พื้นฐานของข้อบังคับและไม่กระทบกับภาพรวมของรัฐ
            นาย เทิดเกียรติ ทรงบรรพต เลขานุการชมรมวิทยุชุมชน จ.บุรีรัมย์ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการวิทยุชุมชนวัดกลางนางรอง อ.นางรอง กล่าวว่า ยอมรับว่าหวั่นไหว แต่ยังเชื่อมั่นว่าตราบใดที่วิทยุชุมชนยังปฏิบัติตามหลักการอย่างแท้จริง เป็นกระบอกเสียงของชุมชน ไม่โจมตีรัฐ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ จะไม่ถูกดำเนินคดีแน่นอน อีกทั้งสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะไม่เหมาะสมที่รัฐบาลจะเปิดศึกกับสื่ออีกด้าน
นายประมาณ อรัญ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการวิทยุชุมชนตำบลลุมพุก ต.ลุมพุก อ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หวั่นว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นกับวิทยุชุมชนอื่นอีก แต่ขอยืนยันว่าวิทยุชุมชนเป็นประโยชน์ต่อชุมชน เพราะคลื่นหลักเป็นธุรกิจหมด มีการประมูล ต้องสปอนเซอร์ ต้องซื้อเวลา

ข้อมูล : นสพ.มติชน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549

โยน"วิษณุ"หาทางออกวิทยุชุมชน

            วันที่ 8 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกณพ เกตุชาติ เลขานุการรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับตัวแทนกรมประชาสัมพันธ์ กทช.และไอซีที หลังจากศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาให้ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุม ชนเกษไชโย คลื่นความถี่เอฟเอ็ม 92.25 เมกะเฮิร์ตซ์ มีความผิดฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมระบุว่ามติครม.ที่ให้ผ่อนผันวิทยุชุมชนไม่ใช่กฎหมายว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะให้คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ(กกช.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประชุมร่วมกันในสัปดาห์หน้า เพื่อทบทวนระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยุชุมชน ตลอดจนหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
            เมื่อถามว่าเมื่อมีคำพิพากษาศาลเช่นนี้ จะสั่งยุติการดำเนินการของวิทยุชุมชนหรือไม่ นายกณพ กล่าวว่าเรื่องนี้กกช.ต้องหาข้อสรุปให้ได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ต้องเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาต่อไป ระหว่างนี้จะไม่มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนยุติการออกอากาศ รัฐบาลยืนยันว่าจะสนับสนุนวิทยุชุมชนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญต้องมีกฎหมายรองรับด้วย"

ข้อมูล : นสพ.ข่าวสด วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549

ศาลจำคุก"วิทยุชุมชน"คดีแรก ชี้ไม่มีกม.รองรับ-ต้องรอกสช.

            ศาล อ่างทองสั่งจำคุกเจ้าของวิทยุชุมชน 4 เดือน ปรับ 4 หมื่น โทษจำให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต-ตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้ รับอนุญาต ระบุแม้จะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ภายใต้ กม.เฉพาะ
             เมื่อ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ศาลจังหวัดอ่างทอง นายไตรรัตน์ เกื้อสกุล ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ 4 พิพากษาคดีอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง เป็นโจทก์ฟ้องนายเสถียร จันทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนเกษไชโย คลื่นความถี่เอฟเอ็ม 92.25 เมกะเฮิร์ตซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ที่ 6 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยพิพากษาจำคุกนายเสถียร จำเลย ฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท ฐานตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 60,000 บาท การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และริบของกลาง
โดยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2545 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้เข้าตรวจสอบพบว่าจำเลยตั้งสถานีวิทยุชุมชนและจัดรายการ โดยใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วิทยุชุมชน จึงจับกุมพร้อมของกลาง เครื่องส่งวิทยุคมนาคม 1 เครื่อง เสาอากาศชนิดรอบตัวและสายสัญญาณวิทยุคมนาคม 1 เส้น จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่ามีสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่าสิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้ คือต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 รองรับ โดยให้คณะกรรมการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ เมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วใช้บังคับได้
แต่ขณะนี้ กสช.ยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ จึงถือว่าการแต่งตั้งไม่แล้วเสร็จ ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ที่บังคับใช้ไปพลาง แต่ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯมาตรา 80 ไม่เปิดช่องให้ทางราชการพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ได้ จำเลยจึงไม่สามารถจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนได้
            การที่จำเลยอ้างว่า กระทำโดยสุจริตแม้จะมีสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเฉพาะเรื่อง การใช้คลื่นความถี่ของวิทยุชุมชนในการจัดตั้งศูนย์กระจายเสียงต้องได้รับ อนุญาตตามกฎหมาย และจำเลยทราบว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมาย และการที่จำเลยยังดำเนินการต่อไปถือว่ากระทำผิดซ้ำอีก แม้การดำเนินการจะได้เงินจากกองทุนเพื่อดำเนินการทางสังคม และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ให้คำแนะนำช่วยเหลือ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับกฎหมาย ส่วนที่จำเลยอ้างว่ามีมติ ครม.เรื่องผ่อนผันวิทยุชุมชน เห็นว่ามติ ครม.ไม่ใช่กฎหมายเป็นเพียงให้อำนาจนายกรัฐมนตรีที่จะออกคำสั่งหรือกระทำการ ใดๆ และการจะให้มติ ครม.มีผลใช้บังคับได้ต้องมีกฎหมายรับรองด้วย กรณีนี้เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับการจับกุมผู้กระทำความผิด กฎหมายก็ยังดำเนินการต่อไป
ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท ฐานตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 60,000 บาท การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และริบของกลาง
ขณะที่นายเสถียรกล่าวว่า คดีของตนถือเป็นกรณีแรกของประเทศที่ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดต่อ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม เมื่อผลตัดสินออกมาเช่นนี้ คงต้องปรึกษาสมาพันธ์วิทยุชุมชนแห่งประเทศไทยว่าจะดำเนินการเช่นใดต่อไป มติ ครม.ที่ไม่ใช่กฎหมาย เงินที่ได้รับการสนับสนุนถูกต้องแต่ซื้อของผิดก็ต้องผิด ทั้งนี้ หลังการพิพากษาจบลง สถานีวิทยุชุมชุนในจังหวัดอ่างทองประมาณ 15 แห่ง ต่างกังวลว่าจะถูกจับดำเนินคดีเช่นกัน

ข้อมูล : นสพ.มติชนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549

"สุรนันทน์" ชง ครม.อนุมัติ 8 กก.ผู้ทรงคุณวุฒิใน กกช. หาทางออกปมวิทยุชุมชน-เสนอทบทวนโฆษณา 6 นาที

            เมื่อ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) กล่าวถึงกรณีที่สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติออกมาระบุว่าการเกิดขึ้นของวิทยุ ชุมชนกว่า 3,000 สถานีทั่วประเทศเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่อนผันให้มีจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนได้ โดยล่าสุดได้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาให้นายเสถียร จันทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบติการเรียนรู้วิทยุชุมชนเกษไชโย คลื่นความถี่เอฟเอ็ม 92.25 เมกะเฮิร์ตซ์ มีความผิดฐานมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมระบุว่ามติ ครม.ไม่ใช่กฎหมายว่า มติ ครม.เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2548 เกี่ยวกับมาตรการและหลักเกณฑ์ชั่วคราวจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน ออกมาเพื่อรองรับและเตรียมการส่งมอบงานให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ถือเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเพื่อรองรับปรากฏการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ความจริงวิทยุชุมชนเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2542 มีผลบังคับใช้ ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดหลังมีมติ ครม. แต่เมื่อมีวิทยุชุมชนหลายพันคลื่นเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูแลทุกอย่างให้เป็นไปตามกติกาและกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาความวุ่นวาย
"รัฐบาลยืนยันในหลักการเรื่องการส่งเสริมให้มี วิทยุชุมชนเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการวิทยุชุมชนก็ต้องเป็นตัวจริง ไม่ใช่พวกมาหาประโยชน์แอบแฝง และการดำเนินการต้องเป็นไปตามกติกาโดยเฉพาะในเรื่องคลื่นความถี่และเนื้อหา ที่ออกอากาศ วันนี้จะไม่มีคำสั่งระงับการออกอากาศของทุกคลื่น แม้จะเป็นวิทยุชุมชนเถื่อนก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนของวิทยุชุมชน ถ้าทำทุกอย่างถูกกฎหมายตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีปัญหาเช่นนี้" รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว
             นายสุรนันทน์กล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ จะเสนอ ครม.อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจาย เสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หาก ครม.อนุมัติตามที่เสนอ คาดว่าจะเรียกประชุม กกช.ได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินการของวิทยุชุมชน ซึ่งจะมีการการทบทวนมติ ครม.เกี่ยวกับมาตรการและหลักเกณฑ์ชั่วคราวจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน โดยเฉพาะกรณีที่อนุญาตให้มีโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาที/ชั่วโมง เพราะทำให้วิทยุชุมชนกลายเป็นเชิงพาณิชย์
สำหรับรายชื่อกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิที่นายสุรนันทน์จะเสนอให้ ครม.พิจารณาแต่งตั้งมี 8 คน ได้แก่ รศ.ดรุณี หิรัญรักษ์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผศ.ธนัญญา เชรษฐา คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายชลิต ลิมปนะเวช คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นางยุวดี นิ่มสมบุญ ที่ปรึกษาประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางนภาศรี มณีวงศ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อพัฒนาสังคม นางมัทนา ถนอมพันธ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์สมาคมเมืองทองนิเวศน์ หลักสี่ นายเตชาติ์ มีชัย หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและผู้ดำเนินการสถานสงเคราะห์ มูลนิธิคุ้มครองเด็ก และนายถาวร ชัยจักร อุปนายกสมาคมผู้บริโภคสื่อสีขาว

ข้อมูล : นสพ.มติชน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549

สุรนันทน์ ยันรัฐบาล ไม่ปิดวิทยุชุมชน

            เมื่อ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่มีคำสั่งให้ปิดวิทยุชุมชน ภายหลังที่ศาลจังหวัดอ่างทอง พิพากษาให้จำคุกวิทยุชุมชน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายสงสัยว่าวิทยุชุมชนที่ถูกสั่งปิดไปแล้วเกิดจากไปออก อากาศโจมตีรัฐบาลนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
             สาเหตุที่แท้จริงของการให้หยุดกระจายเสียงในบางสถานีเกิดจากสถานีนั้นๆ ทำผิดระเบียบของ ครม. เช่น ใช้เครื่องส่งไม่มาตรฐาน เครื่องส่งกำลังเกิน เสาสูงเกิดกำหนด แต่เพื่อความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชน ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหาแนวทางร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้ง กทช. กรมประชาสัมพันธ์ กรมไปรษณีย์ ตำรวจ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับวิทยุชุมชนให้ชัดเจนมากกว่านี้

นสพ.มติชน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549

กรมประชาสัมพันธ์เสนอ 5 ข้อ แก้วิทยุชุมชนผิด กม. ให้ 3 พันแห่งยุติ – เปิดลงทะเบียนใหม่ 30 วัน

            ที่รัฐสภา นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิทยุกระจายเสียงของภาครัฐ เอกชน และวิทยุชุมชน ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ว่าที่ประชุมได้เชิญตัวแทนจากกรมประชาสัมพันธ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาวิทยุประชาชน และสภาการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ พบว่าสถานีวิทยุชุมชน 3,000 แห่งทั่วประเทศในขณะนี้ ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้มีวิทยุชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อชุมชน และมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สถานีวิทยุชุมชนดำเนินการตามกรอบที่วางไว้ แต่จากการเปิดโอกาสให้โฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 6 นาที ทำให้จำนวนวิทยุชุมชนมีมากขึ้น และกระทำผิดกฎหมาย
นายวิชิตกล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์จึงเสนอมาตรการแก้ไข ดังนี้
            1.ให้วิทยุชุมชนทั้ง 3 พันแห่ง ยุติการเผยแพร่และเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนใหม่ใน 30 วัน โดย กรมประชาสัมพันธ์จะนำคลื่นวิทยุที่มีอยู่ 1,556 คลื่น จัดสรรให้วิทยุชุมชน โดยจะยึดตามเนื้อหาที่สร้างสรรค์
             2.ให้วิทยุชุมชนงดการโฆษณา
             3.ให้นำคลื่นวิทยุหลัก เช่น ทหารและตำรวจ จัดสรรให้กับภาคประชนเข้ามามีส่วนร่วม และแก้ไขมาตรา 80 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ในการกำกับดูแลวิทยุ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์เข้ามาดูแล จนกว่าจะมี กสช.
             4.จัดเวทีสาธารณะเพื่อระดมความเห็นโดยเฉพาะกรณีการห้ามโฆษณาใน 6 นาที โดยต้องฟังเสียงจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง
             5.ให้เจ้าหน้าที่ชะลอการจับกุมวิทยุชุมชนที่ทำผิดกฎหมายไปก่อน 90 วัน จนกว่าจะมีการประชาพิจารณ์
            ทั้งนี้ กมธ.เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และต้องการให้มีการทำประชาพิจารณ์ในข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของกรมประชาสัมพันธ์
            เมื่อ ถามถึงการกรอบการพิจารณาของกรมประชาสัมพันธ์ที่ระบุว่าจะจัดสรรคลื่นให้กับ วิทยุชุมชนที่มีเนื้อหาสาระที่สร้างสรรค์ นายวิชิตกล่าวว่า โดยหลักแล้ววิทยุชุมชนจะนำเสนอถึงข้อมูลในชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ แต่ไม่ลงรายละเอียดว่ากรอบของคำว่าสร้างสรรค์หมายถึงอะไร

ข้อมูล : นสพ.มติชน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549


ผวจ.สระแก้ว ยันไม่เกี่ยวปิดวิทยุชุมชน

            นาย เกษม วัฒนธรรม ปลัดจังหวัดสระแก้ว ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลด้านรายการของวิทยุในส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้รับการร้องเรียนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ว่า มีคลื่นวิทยุกระจายเสียงเข้ารบกวนข่ายสื่อสารที่ใช้ควบคุมการจราจรทางอากาศ ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยทางการบินได้ โดยขอให้ระงับส่งกระจายเสียง 4 แห่ง คือ
                         สถานีวิทยุชุมชนตำบลวังสมบูรณ์ 101.75
                         สถานีวิทยุชุมชนสระขวัญ 106.25
                         สถานีวิทยุชุมชนวัฒนานคร 102.25 และ
                         สถานีวิทยุชุมชนคนตาพระยา 102.75
             ซึ่งลงนามโดย นายมนัส ทรงแสง รองเลขาธิการ กทช. จึงได้มีคำสั่งระงับการส่งกระจายเสียงภายใน 30 วัน ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์ ผวจ.สระแก้ว สั่งปิดวิทยุชุมชนนั้น ผวจ.สระแก้วยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้ประชาสัมพันธ์ จ.สระแก้ว ที่ได้รับมอบอำนาจจาก กรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินการ
             นายสมบูรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นส่วนของประชาสัมพันธ์ จ.สระแก้ว กับคณะอนุกรรมการฯ ที่ดำเนินการ และที่สำคัญขอยืนยันว่า ไม่เคยสั่งเชือดใคร ไม่รู้ว่าสถานีอยู่ตรงไหน รู้สึกงงมาก กับข่าวที่ออกมา เพราะยังไม่ได้รับเรื่อง หรือรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูล : นสพ.ข่าวสด วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549

รัฐเร่งจัดระเบียบวิทยุชุมชน

            วันที่ 15 ก.พ. ที่รัฐสภา นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากการหารือร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาวิทยุประชาชน และสภาการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ พบว่าสถานีวิทยุชุมชน 3,000 แห่งทั่วประเทศขณะนี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่ยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เห็นด้วยกับมาตรการแก้ไขของกรมประชาสัมพันธ์ ดังนี้
            1.ให้วิทยุชุมชนทั้ง 3,000 แห่งยุติการเผยแพร่และเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนใหม่ใน 30 วัน โดยจะนำคลื่นวิทยุที่มีอยู่ 1,556 คลื่นจัดสรรให้วิทยุชุมชน โดยยึดตามเนื้อหาที่สร้างสรรค์
            2.ให้วิทยุชุมชนงดการโฆษณา นายวิชิตกล่าวว่า
            3.ให้นำคลื่นวิทยุหลัก เช่น ทหารและตำรวจ จัดสรรให้กับภาคประชน และแก้ไขมาตรา 80 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ในการกำกับดูแลวิทยุ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์เข้ามาดูแล จนกว่าจะมี กสช.
            4.จัดเวทีสารธารณะเพื่อระดมความเห็นโดยเฉพาะกรณีการห้ามโฆษณาใน 6 นาที
            5.ให้เจ้าหน้าที่ชะลอการจับกุมวิทยุชุมชนที่ทำผิดกฎหมายไปก่อน 90 วันจนกว่าจะมีการประชาพิจารณ์

ข้อมูล : นสพ.ข่าวสด วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549

ปิด 7วิทยุชุมชนอยุธยา

            เมื่อ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายมนัส ทรงแสง รองเลขาธิการ ปฏิบัติการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีหนังสือถึงนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งไปยังสถานีวิทยุชุมชน 7 สถานี ให้ระงับการส่งกระจายเสียงเพราะรบกวนวิทยุการบินเช่นกัน โดยอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย ซึ่งล่าสุดทางจังหวัดแจ้งสถานีวิทยุดังกล่าวระงับการส่งกระจายเสียงแล้ว

ข้อมูล : นสพ.มติชน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

สระแก้วปิดวิทยุชุมชน 4 แห่ง ผวจ.เชือดเอง’คลื่น’รบกวนจราจรอากาศ!

            คนอ่างทองโวยสถานีวิทยุชุมชนเปิดคลื่นรบกวนทีวีช่อง 3 - 9 จนรับเปิดข่าวสารไม่ได้มา 9 เดือนแล้ว ไปร้องเรียนผู้ว่าฯ แต่เงียบ เผย ขรก.กรมประชาสัมพันธ์หนาวไปตาม ๆ กัน เพราะเป็นทั้งผู้ขายเครื่องส่งและรับเงินในฐานะช่างเทคนิคจากวิทยุชุมชน ส่วนที่สระแก้วสั่งปิดวิทยุชุมชน 4 แห่ง ส่งคลื่นรบกวนการจราจรทางอากาศ ตำรวจ เต้น ! เข้าตรวจสอบทุกสถานีหลังได้รับข้อมูลว่าดำเนินการไม่เหมาะสม ให้เด็กไม่มีประสบการณ์เป็นดีเจพูดไม่เพราะแถมยังจีบกันหน้าไมค์ บางแห่งนำเสียง "สนธิ" เปิดออกอากาศ

            เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.พ. นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์ ผวจ.สระแก้ว มีคำสั่งให้ปิดสถานีวิทยุชุมชนในจ.สระแก้ว 4 แห่ง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้รับร้องเรียนจากบริษัท วิทยุการบิน ว่า มีคลื่นวิทยุกระจายเสียงเข้ารบกวนข่ายสื่อสารที่ใช้ ควบคุมการจราจรทางอากาศในบริเวณ จ.สระแก้ว จึงแจ้งให้สถานีวิทยุ 4 แห่ง ระงับการกระจายเสียงทันที ประกอบด้วย
                         สถานีวิทยุชุมชนวังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ คลื่นความถี่ 101.750 MHz
                         สถานีวิทยุชุมชนสระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว คลื่นความถี่ 106.250 MHz
                         สถานีวิทยุชุมชนวัฒนานคร อ.วัฒนานคร คลื่นความถี่ 102.250 MHz และ
                         สถานีวิทยุชุมชนคนตาพระยา อ.ตาพระยา คลื่นความถี่ 102.750 MHz

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีสถานีวิทยุชุมชนที่เหลืออีกหลายแห่งในสระแก้ว มีการนำคลื่นความถี่ไปใช้ในทางเชิงธุรกิจ หาค่าโฆษณาจากร้านค้า โดยมีการแข่งขันตัดราคาค่าโฆษณากันอย่างดุเดือด บางสถานีก็ใช้นักจัดรายการไม่มีประสบการณ์ ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นที่ชอบใช้คำพูดส่อเสียด แม้กระทั่งเปิดสายหน้าไมค์พูดเกี้ยวพาราสีกับผู้ฟัง มีการใช้ภาษาพูดที่ผิดเพี้ยนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เยาวชนฟังแล้วเกิดความสับสน

            หลังจาก ผวจ.สระแก้ว สั่งปิดสถานีวิทยุทั้ง 4 แห่งแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้กระจายกำลังตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสม ของสถานีวิทยุชุมชนในสระแก้วที่มีประมาณ 10 สถานี โดยขณะตำรวจเข้าตรวจสอบมีบางสถานีที่นำเสียงปราศรัยโจมตีนายกรัฐมนตรีของนาย สนธิ ลิ้มทองกุล มาเปิดออกอากาศด้วย เจ้าหน้าที่จึงตักเตือนว่าให้เบา ๆ กันหน่อย

            ส่วนที่ จ.อ่างทอง มีรายการความเคลื่อนไหว กรณีศาลมีคำพิพากษาให้นายเสถียร จันทร ผอ.สถานีวิทยุชุมชนเกษไชโย คลื่นความถี่ 92.25 เมกะเฮิรตซ์ (คลื่นเดิม 106.25 MHz) ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 6 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง จำเลยฐานทำผิดต่อพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท ตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท แต่การสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี

            โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายชุบ อินทร์ฉาย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 5 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง พร้อมเพื่อนบ้านเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ต.สุพิศ แจ้งสว่าง สารวัตรเวร สภ.อ.เมืองอ่างทอง ว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากสถานีวิทยุชุมชนคนอ่างทอง คลื่นความถี่ 104.50 MHz ตั้งอยู่เลขที่ 84/2 หมู่ 4 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง และสถานีวิทยุที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง ส่งคลื่นรบกวนสัญญาณทีวีช่อง 3-9 ตลอดเวลาจนชาวบ้านในหลายตำบลไม่สามารถรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง หรือสาระที่น่าสนใจตลอดจนความบันเทิงมานานกว่า 9 เดือน เมื่อร้องเรียนไปยังอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ไม่ดำเนินการใด ๆ จึงต้องการให้ดำเนินคดีฐานทำผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม

            มีรายงานแจ้งว่า หลังจากศาลมีคำพิพากษาออกไป ทำให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง ต้องรับโทรศัพท์เพื่อตอบคำถาม ตลอดทั้งวันจนสายแทบไหม้ นอกจากนี้ประชาสัมพันธ์จังหวัดต่าง ๆ เกือบทั่วประเทศ ต้องการให้ส่งแฟกซ์คำพิพากษาดังกล่าวไปให้เพื่อศึกษาข้อกฎหมาย แม้ว่าจะไม่มีอำนาจสั่งการให้สถานีวิทยุหยุดออกอากาศ แต่สถานีวิทยุหลายจังหวัดได้ระงับการออกอากาศชั่วคราว เนื่องจากไม่อยากถูกดำเนินคดีและถูกสอบสวนสืบสวนไปถึงข้าราชการบางคนในกรม ประชาสัมพันธ์ ที่ขายเครื่องวิทยุคมนาคม และอุปกรณ์ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาและรับเงินเดือนใน ฐานะเป็นช่างเทคนิคให้กับสถานีวิทยุต่าง ๆ อีกด้วย

            ขณะที่ จ.เชียงราย นายราษี ณ ลำปาง นักประชาสัมพันธ์ 7 สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.เชียงราย กล่าวว่า ได้สั่งระงับการส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุชุมชนในเชียงรายไปแล้ว 9 แห่ง มีคลื่นความถี่ 88.500 MHz 105.000 MHz 102.500 MHz 103.250 MHz 104.500 MHz 107.00 MHz 98.000 MHz และ 99.00 MHz นอกจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณ สมบัติ อีก 2 แห่ง
             ด้าน นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้างานจัดการหนี้ของเกษตรกร สาขาเชียง ราย-พะเยา กล่าวว่า ตามที่มีผู้แอบอ้างว่า ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงคลื่นความ ถี่ 98.5 MHz จ.เชียงราย ว่าได้รับอนุญาตให้จัดตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรี และมีอดีต รมต. เป็นผู้ให้การสนับสนุนนั้น ตนได้สอบถามอดีต รมต. แล้ว โดยได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้ให้การสนับสนุน และได้สั่งการให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างไว้แล้ว

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549


รัฐเดินหน้าจัดระเบียบวิทยุชุมชนรอบใหม่มุ่งควบคุมให้เหลือ 1,556 สถานีตามเป้า

             กรมประชาสัมพันธ์รับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าโครงการจัดระเบียบวิทยุชุมชนอีกครั้ง หลักจาเงียบหายไปตั้งแต่ต้น ก.พ. 2549 เตรียมจัดโครงสร้างให้วิทยุชุมชนมาจดทะเบียนอีกครั้ง ก่อนให้คณะกรรมการที่บอร์ด กกช. ตั้งคัดวิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่งให้เหลือเพียง 1,565 แห่งหลังเลือกตั้ง อ้างคัดตามหลักวิทยุชุมชนของยูเนสโก้ เลขานุการ รมต. ปฏิเสธจัดรับฟังความคิดเห็นเพื่อขู่ให้วิทยุชุมชนเลือกข้างก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่นักวิชาการเสนอควรรอ กสช. เป็นผู้คัดเอง และเพิ่มสัดส่วนของอนุกรรมการคัดเลือกให้มีภาคเอกชนไม่น้อยกว่าภาครัฐ และให้ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานแทนผู้ว่าราชการจังหวัด

             สำนักประชาสัมพันธ์เขตภาคอีสานตอนบน ได้จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเรื่อง “แนวทางการดำเนินการวิทยุชุมชน” ที่หอประชุมสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 จ.ขอนแก่น เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ดำเนินการจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน จากภาคอีสาน ในการเดินหน้าโครงการตามกรอบการดำเนินการวิทยุชุมชนของกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีนายกณพ เกตุชาติ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายก ฯ (สุรนันท์ เวชชาชีวะ) เป็นประธาน และมีนายบวร เตชะอินทร์ ผอ.กองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ นายอัศวิน มุงคุณคำชาว หัวหน้าสถานีตรวจสอบการใช้ความถี่วิทยุขอนแก่น นายชัยวุฒิ มนตรีรักษ์ นักวิชาการสื่อสารมวลชนท้องถิ่น ม.ราชภัฏ จ.เลย เป็นวิทยากร มีผู้แทนวิทยุชุมชนทั้งอีสานเข้าร่วมประมาณ 300 คน

             นายกณพเปิดเผยว่า ในขณะที่ กสช.ยังไม่แน่ใจว่าจะผ่านการตัดสินของศาลปกครองสูงสุด จากคดีคุณสมบัติและที่มา ซึ่งศาลปกครองกลางพิพากษาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการอุทธรณ์สูงศาลปกครองสูงสุดเมื่อเดือน ก.พ. 2549 เป็นต้น จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะมี กสช. ได้หรือไม่ หรือจะต้องเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่อีกครั้ง ซึ่งต้องกินเวลาไปอีกไม่ต่ำกว่า 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง ขณะที่มีตัวเลขการร้องเรียนการรบกวนคลื่นวิทยุการบิน และคลื่นวิทยุและโทรทัศน์หลักเข้ามายังกรมประชาสัมพันธ์และ กทช. โดยตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. 2549 มีสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ 2,565 สถานี ถูกร้องเรียนว่ามีคลื่นรบกวนวิทยุการบิน 308 กรณี รบกวนวิทยุกระจายเสียง 110 กรณี และรบกวนสถานีโทรทัศน์หลัก 294 กรณี ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง จนเป็นเหตุให้รัฐต้องเดินหน้าดำเนินการตามกรอบเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รวมทั้งมีหนังสือร้องเรียนจากกรรมาธิการโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ส.ส. พรรคไทยรักไทยเป็นประธาน ซึ่งยื่นเรื่องมาและทำข้อเสนอให้ดำเนินการตามกรอบกับสถานวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการยุบสภา

             นายกณพเปิดเผยว่าหลังจากรับฟังความคิดเห็นทั้ง 4 ภาคแล้ว อาจต้องเว้นไประยะหนึ่ง เพราะตรงกับช่วงเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ความตั้งใจของรัฐถูกบิดเบือน หลังจากเลือกตั้งแล้วก็จะเริ่มกระบวนการให้วิทยุชุมชนทั่งประเทศมาจดทะเบียน ภายใน 45 – 60 วัน เพื่อให้ผู้ดำเนินการวิทยุชุมชนแจ้งที่ตั้งสถานี แจ้งคุณสมบัติว่าตรงกับหลักวิทยุชุมชนตามคำจำกัดความขององค์การยูเนสโก้หรือไม่ และอยู่ในกรอบ เสาสูง 30 เมตร กำลังส่ง 30 วัตร รัศมีการกระจายเสียง 15 กิโลเมตรหรือไม่ เพื่อให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบดูแลวิทยุชุมชนระดับจังหวัด ที่ตั้งขึ้นโดยบอร์ด กกช. จังหวัดละประมาณ 10 คน ร่วมกับชุมชนต่าง ๆ ที่จะช่วยตรวจสอบด้านเนื้อหา จากนั้นก็จะทดสอบการออกอากาศว่าปฏิบัติตามคุณสมบัติที่แจ้งหรือไม่ และสุดท้าย เข้าสู้กระบวนการคัดให้เหลือ 1,556 จุดทั่วประเทศ ซึ่งเกิดจากการรียูสคลื่นความถี่ของกระประชาสัมพันธ์ 52 ความถี่ กระจายตามแต่ละจังหวัดไม่เท่ากันขึ้นกับข้อเท็จจริง และปัจจัยของพื้นที่ ทั้งนี้ให้ดำเนินการไปได้เลยโดยไม่ต้องรอ กสช.

             ทั้งนี้นายกณพได้ย้ำว่า หลักเกณฑ์การให้มีโฆษณาชั่วโมงละไม่เกิน 6 นาทีนั้น เพียงพอที่วิทยุชุ ชนจะหารายได้เลี้ยงตัวเองแล้ว แต่ก็ยอมรับได้หากปรับวิชาการหารายได้ เช่นการกล่าวขอบคุณในรายการ การให้ชุมชนร่วมลงขันหรือสมัครเป็นสมาชิก เพื่อจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในอิทธิพลของแหล่งทุนและการเมือง

             นายชัยวุฒิได้เสนอต่อที่สัมมนาว่า อยากให้รัฐบาลยกเลิกกฎกระทรวงข้อ 14 อนุที่ 7 ที่ระบุห้ามการนำเสนอสิ่งที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นการปกป้องความมั่นคงของนักการเมืองแทน นอกจากนี้อนุกรรมการตรวจสอบดูแลวิทยุชุมชนที่ตั้งขึ้น ควรจะมีสัดส่วนของภาคที่ไม่ใช่ราชการไม่น้อยกว่าอนุกรรมการในส่วนของภาครัฐการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพราะมีภารกิจมาเกินกว่าจะมีเวลามารับฟังรายละเอียดปลีกย่อย และด้วยฐานะของผู้ว่าราชการจังหวัด มีส่วนโน้มนำความเห็นของอนุกรรมที่คนอื่นที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพราะความเกรงใจ ทั้งที่ความจริงอาจไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้น ๆ สมควรให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในจังหวัดนั้นเป็นประธาน เพื่อที่ประชาชนจะให้การสนับสนุนการตัดสินใจของคณะอนุกรรมการ ในกรณีที่ต้อยกเลิกวิทยุชุมชนบางสถานี

             นอกจากนี้นักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ จังหวัดเลยผู้นี้ ยังเรียกร้องให้รัฐสร้างหลักประกัน ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและสังคม ของผู้จัดรายการวิทยุชุมชนอย่างเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้การชี้นำของภาครัฐ ทุน หรือการเมือง รวมทั้งเรียกร้องให้วิทยุชุมชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ปรับตัวเองเข้าสู่อุดมการณ์ของวิทยุชุมชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น

             “วิทยุชุมชนควรจะถามตัวเองว่าถ้าถูกสั่งให้ปิดไป จะมีประชาชนที่เขารู้สึกว่าเป็นเจ้าของวิทยุชุมชนนั้น มาเรียกร้องแทนหรือไม่ เพราะทุกวันนี้มีวิทยุชุมชนจำนวนมาก ที่ประชาชนในชุมชนไม่มีส่วนร่วม หรือมีความต้องการวิทยุชุมชนบางสถานีที่มีอยู่เลย เพราะไม่ได้รู้สึกเป็นวิทยุของชุมชน ไม่ทำหน้าที่สะท้อนปัญหาของชุมชน ให้ความรู้ที่ต้องการ ตลอดจนถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม อนุรักษ์ศิลปะประเพณีของท้องถิ่นนั้น ๆ แล้วยังเอาเพลงจากกรุงเทพมาเปิดให้ฟัง เพราะมุ่งเน้นเชิงมูลค่า มากกว่าคุณค่าของความเป็นวิทยุชุมชน และผู้ที่ดำเนินการวิทยุชุมชนในลักษณะนี้ ไม่ใช่สื่อมวลชน แต่เป็นแค่นักตักตวงผลประโยชน์เท่านั้น” นายชัยวุฒิกล่าว

             นายชัยวุฒิกล่าวให้สัมภาษณ์ด้วยว่า รัฐไม่ควรจะเป็นผู้ที่ดำเนินการคัดเลือกวิทยุชุมชนให้เหลือ 1,556 สถานีเอง แต่สามารถดำเนินการไปตามกรอบไปก่อน แล้วรอจนมี กสช. มาทำหน้าที่ดังกล่าว

             เป็นที่น่าสังเกตว่าการจัดรับฟังความคิดเห็นทั้ง 4 ภาคดังกล่าว จัดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. ก่อนวันเลือกตั้งที่กฤษฎีกากำหนดไว้คือวันที่ 15 ต.ค. ไม่นาน และเป็นเวทีที่มีลักษณะปิด คือเชิญเฉพาะวิทยุชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์มาร่วมฟัง ไม่มีการถ่ายทอดสดเหมือนครั้งก่อน ๆ และโฆษกยังมีการประกาศเรื่องจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในช่วงเย็น แต่หลังจากดำเนินรายการไปโดยที่รู้ว่ามีสื่อมวลชนจากภายนอกมาร่วมฟังด้วย รายการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนกลับถูกยกเลิก นอกจากนี้ผู้เป็นวิทยากรในส่วนของ กกช. และ กทช. ก็ยังเน้นย้ำแต่กระบวนการจัดการเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งสร้างความรู้สึกกดดันแก่ผู้ดำเนินการวิทยุชุมชน จนกระทั่งหลายคนแสดงออกระหว่างแสดงความคิดเห็น ในลักษณะที่ยินดีจะรับนโยบายของรัฐบาล และเรียกร้องความเห็นใจจากรัฐ

             อย่างไรก็ตามฝ่ายเจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์อ้างว่า เป็นการสัมมนาที่เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมาร่วม แต่ออกหนังสือเชิญเฉพาะผู้ดำเนินการวิทยุชุมชนที่จดทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่รู้ที่อยู่ นอกนั้นมีการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์และเวปไซด์แล้ว รวมทั้งเป็นแผนงานเดิมที่มีการเตรียมไว้นานแล้ว แต่เนื่องจากในช่วงต้นปี 2549 วุฒิสภาได้ดำเนินการคัดเลือก กสช. ต่อมากระบวนการแต่งตั้ง กสช. ชะงักเพราะคำสั่งศาลปกครอง แต่ก็ติดช่วงเลือกตั้ง และต่อเนื่องมาถึงการลาออกของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธาน กกช. โดยตำแหน่ง จึงทำให้โครงการต้องชะงัก จนมาถึงช่วงเดือน ก.ค. ซึ่งมีการจักสัมมนาในลักษณะเดียวกันแล้วที่ภาคใต้ 2 ครั้ง คือที่ จ.สงขลา และพังงา และหลังจากจัดที่ขอนแก่นแล้ว จะมีการจัดสัมมนาที่ จ. เชียงใหม่ในวันที่ 11 ส.ค. จ. นครสวรรค์ ในวันที่ 18 ส.ค. จังหวัดชลบุรี วันที่ 25 ส.ค. และสรุปผลการสัมมนาใหญ่ที่ กทม. ในวันที่ 1 ก.ย. ทั้งนี้ไม่ใช่การจัดประชุมเพื่อผลทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งแต่อย่างใด

             อย่างไรก็ตามกลุ่มวิทยุชุมชนท้องถิ่นไทย ซึ่งมีสมาชิกจำนวนไม่น้อย ยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการเพื่อเชิญร่วมสัมมนา โดยหลายคนแสดงความรู้สึกไม่พอใจต่อท่าทีของกรมประชาสัมพันธ์ และระแวงต่อการดำเนินการของรัฐในครั้งนี้

ที่มา :มงคล บางประภา นสพ.บางกอกโพสต์ 8 ส.ค.49

สั่งปิดวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ชี้ทหารหวั่นปลุกมวลชนต้าน

             สั่งปิดวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ชี้ทหารหวั่นปลุกมวลชนต้าน เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายทหารประจำภาคต่างๆ ได้เรียกหัวหน้าส่วนราชการแต่ละจังหวัดเข้ารายงานตัว พร้อมกับได้มีการแจ้งกำชับให้ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) ทำหนังสือแจ้งไปยังหัวหน้าชุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนทั่วประเทศ ให้ระงับการส่งกระจายเสียง

             เนื่องจากชุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนดังกล่าวเกิดขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ตามมาตรา 40 แห่งรัฐธรรมนูญและตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ขณะนี้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญดังกล่าว คณะรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และศาลรัฐธรรมมนูญแล้ว หากชุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎอัยการศึกต่อไป

             ข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการ สวท.จังหวัดต่างๆ ได้มีบันทึกถึงวิทยุชุมชนทุกแห่งทั่วประเทศรับทราบคำสั่งดังกล่าว เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนหลายแห่งวิเคราะห์ว่า คณะปฏิรูปฯกังวลว่าจะมีฝ่ายสนับสนุนระบอบทักษิณอาศัยวิทยุชุมชนปลุกมวลชนขึ้นมาต่อต้าน จึงต้องระงับการเผยแพร่ข่าวสาร

ข้อมูลจาก นสพ.มติชน วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10421(กรอบบ่าย) หน้า 5

ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนร้องคณะปฏิรูปฯ ขอเปิดดำเนินการต่อ

             ที่กองบัญชาการกองทัพบก เวลา 11.40 น. มีกลุ่มผู้ประกอบการวิทยุชุมชน 2 องค์กร คือ สภาวิทยุประชาชน และสมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุชุมชน เข้าขอยื่นหนังสือกับหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อขอรับทราบนโยบายและการสนับสนุนการดำเนินการวิทยุชุมชน โดยนายวิโรจน์ พูลสุข ประธานวิทยุชุมชน กล่าวว่า จากประกาศของคณะปฏิรูปฯ ทำให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 สิ้นสุดลง ส่งผลให้วิทยุชุมชนกว่า 3,000 จุด ทั่วประเทศ ต้องหยุดดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ และขัดต่อนโยบายของคณะปฏิรูปฯ จึงใคร่ขอทราบนโยบาย และขอการสนับสนุนให้เปิดบริการวิทยุชุมชนตามปกติ โดยคณะปฏิรูปฯ อาจจะมีการประกาศรับรองเพื่อขอให้ดำเนินการต่อไปได้

             ด้าน นายประยูร จันทรุศร ประธานสมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุชุมชน กล่าวว่า ขณะนี้วิทยุชุมชนในภาคเหนือต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 3 ขอความร่วมมือไว้ การมายื่นหนังสือครั้งนี้ จึงมาขอทราบนโยบาย และขอให้คณะปฏิรูปฯ อนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ ปัจจุบัน คณะปฏิรูปฯ ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จึงอยากให้วิทยุชุมชนดำเนินการได้ตามปกติ

ที่มา : mcot.net วัน จันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2549 12:01 น.