เคาต์ดาวน์ในวัด วัดสึนามิไม่เอา

                      "เคาน์ดาวน์ปีใหม่ในวัด" เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรมเซย์โนชิงช้าสวรรค์ สอยดาว ม้าหมุน ไม่สนับสนุนงานรื่นเริง เพราะไม่ค่อยได้ประโยชน์ ชี้หลังสึนามิที่วัดยังมีภาพความทรงจำไม่ดีอยู่ ไม่ควรให้ชาวบ้านคิดว่าปีใหม่จะเจอแต่สิ่งใหม่ๆ ควรปลูกฝังให้คนจดจำบทเรียนเก่าๆ เพื่อนำมาปรับปรุงจะดีกว่า

                      หลังจากที่กระทรวงวัฒนธรรมมีแนวคิดจะจัดเคาต์ดาวน์ในวัดเพื่อทำให้คนใกล้วัดมากขึ้น ทำให้หลายฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยหนึ่งในวัดที่มีความเห็นแตกต่างในเรื่องนี้คือ วัดสามัคคีธรรม อ.คุระบุรี จ.พังงา โดยเจ้าอาวาสพระครูสุวัตถิธรรม ซึ่งขณะนี้ยังต้องดูแลผู้คนที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิอีกกว่า 40 ครอบครัว

                      พระครูสุวัตถิธรรม เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม และเจ้าคณะอำเภอคุระบุรี เผยว่า สำหรับแนวคิดที่จะให้มีการจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่ในวัดนั้น ที่วัดสามัคคีธรรมคงจะไม่จัดงานปีใหม่ในแนวรื่นเริงแน่นอน เพราะทุกวันนี้วัดยังเป็นที่รองรับและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิอยู่ คงจะไม่มีงานรื่นเริง ชาวบ้านที่นี่บางส่วนถึงแม้ชีวิตจะดีขึ้น แต่ก็ยังติดภาพเหตุการณ์ร้ายๆ อยู่ คงจะจัดในแบบการเตือนสติมากกว่า

                      "การจัดงานเคาต์ดาวน์ในวัด ถ้าจะจัดในรูปแบบงานรื่นเริง เชื่อว่าคงจะไม่ได้ประโยชน์อะไร ให้มีชิงช้าสวรรค์ สอยดาว ม้าหมุน แบบนี้ก็เปล่าประโยชน์ คนก็จะไม่ใกล้ชิดธรรมะมากขึ้น เพราะงานรื่นเริงอย่างนี้จัดที่ไหนก็ได้ อย่างนโยบายที่ออกมา ใครจะสนับสนุนจะคัดค้านก็แล้วแต่ แต่ที่วัดสามัคคีธรรม เราจะไม่มีงานในรูปแบบนั้นแน่นอน เพราะทุกวันนี้เรายังมีคนที่ต้องดูแลให้ความช่วยเหลืออยู่อีกมาก หลายคนยังติดกับภาพเหตุการณ์เก่าๆ อยู่ ยังอยู่ในช่วงเพิ่งผ่านวิกฤติชีวิตมาใหม่ๆ กำลังจะครบ 1 ปี ดังนั้นทางวัดเราจะจัดกิจกรรมปีใหม่ในรูปแบบธรรมะ คือจะให้ทำกิจกรรมสนทนาธรรม สวดมนต์ ฟังเทศน์ โดยเฉพาะการทำให้ชาวบ้านได้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ความรู้ ให้ตระหนักถึงชีวิตที่ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่ใช่ว่าอยู่วัดมา 1 ปี พอปีใหม่ก็มีเรือใหม่ กำลังจะได้บ้านใหม่ กำลังจะเริ่มชีวิตใหม่ แล้วลืมเรื่องเก่าๆ หมด ต้องจำเอาไว้เป็นบทเรียน ต้องไม่รื่นเริงจนเกินไป"

                      เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม กล่าวอีกว่า ที่วัดเราจะจัดงานปีใหม่ในรูปแบบให้ความรู้และให้ธรรมะ ไม่ใช่เป็นการสวนกระแส แต่เพียงต้องการให้ชาวบ้านที่ประสบภัยได้รับรู้ถึงความเป็นจริงของชีวิต ได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ไปหลงอยู่กับความสนุก หรืองานสังสรรค์ชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งคนที่ผ่านวิกฤติชีวิตที่แย่มากๆ มาแล้ว เราให้ธรรมะ สอนให้ไม่ลืมอดีต ตระหนักอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้พวกเค้าเข้มแข็งมากขึ้น และมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น การเอางานสนุกสนานรื่นเริงมาตอนนี้จึงไม่ช่วยอะไรมากนัก แต่ทั้งนี้ ถ้าวัดอื่นๆ จะจัดงานรื่นเริงก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เป็นเรื่องของแต่ละวัด แต่ละพื้นที่มากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้มีการสอดแทรกธรรมะเข้าไปด้วย และไม่ควรจัดงานรื่นเริงจนเกินความพอดี

                      ทั้งนี้ วัดสามัคคีธรรมเป็นวัดที่ให้การช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ก็จะครบ 1 ปีเต็ม ซึ่งจากระยะเวลาที่ผ่านมา ทางวัดก็ได้ช่วยเหลือชาวบ้านกว่า 70 ครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากให้ที่พักอาศัย สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะการต่อเรือ ซึ่งเกือบทุกครอบครัวมีเรือ และวิชาชีพไว้ทำมาหากินกันหมดแล้ว นอกจากนี้ยังได้สร้างบ้านถาวรให้กับ 30 ครอบครัว โดยยังเหลืออีก 43 ครอบครัวที่จะดำเนินการต่อไป มีโครงการกองทุนต่างๆ ที่ให้ชาวบ้านบริหารจัดการกันเองเพื่ออนาคต มีศูนย์อบรมเด็กฯ มีห้องสมุดให้เด็กๆ ซึ่งในปีใหม่นี้ก็เตรียมจัดกิจกรรมเตือนความจำและให้ความรู้ถึงบทเรียนของชีวิตแก่ชาวบ้านผู้ประสบภัย.

*******************

ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ 15 ธ.ค.48