ความเป็นมา
การจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศ.จ.)

******************

เหตุผลและความจำเป็นการจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
                1. เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องสนองงานคณะสงฆ์ และงานพระศาสนาตามระเบียบและกฏหมาย
                1.1 ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 40 ให้ถือเสมือนว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเจ้าของศาสนสมบัติกลาง ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 5,000 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 60,000 ไร่
                1.2 ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และทรัพย์สินขอวัดร้างต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 5,000วัด
                1.3 ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 34 การโอน
กรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนาสมบัติกลาง เมื่อมหาเถรสมาคม เห็นชอบ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าที่ดำเนินการเองผาติกรรม
                1.4 ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 2 วัดที่มีพระสงฆ์ จำนวน 30,000วัด แบ่งเขตจัดประโยชน์ที่วัดมีพระสงฆ์ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะสงฆ์โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การเก็บรักษาเอกสารสิทธิ์ของวัดทั่วประเทศ และการทีวัดต่าง ๆ จะจัดทำสัญญาเช่าเกิด 3 ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นอกจากนั้นการเก็บเอกสารเกี่ยวกับวัด เช่น โฉนดที่ดินวัดมีพระสงฆ์ฯ ส่วนกลางเก็บไว้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนภูภาคเก็บไว้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ดังนั้น จะต้องมีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย
                1.5 ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 1 การสร้างวัด ตั้งวัด รวมวัด ยุบ-เลิก-วัด การขอพระราชทานวิสุงคามสีมา จะต้องเสนอตามขั้นตอนผ่านทางคณะสงฆ์และส่วนราชการ เพื่อเสนอกระทรวง (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) และมหาเถรสมาคมให้ความเห็นชอบ
                1.6 ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 5 ว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดพระสงฆ์ วัดใดร้างที่จะยกเป็นวัดมีพระสงฆ์พำนักอาศัย จะต้องผ่านตามขั้นตอน เจ้าคณะปกครองฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง เพื่อสนองกระทรวง (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม
                1.7 การรับรองฐานะวัด วัดใดที่สร้างมามาน และไม่อาจจะค้นหาใบรับรองแสดงฐานะวัดให้จะต้องได้รับการตรวจสอบให้ถูกต้องเพื่อให้มีผลตามกฏหมายในฐานะวัดเป็นนิติบุคคล
                2.เหตุผลที่เกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ
                2.1พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ 2545 กำหนดให้มีส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง เรียกว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ กิจการพระพุทธศาสนา ส่งเสริม พัฒนาพระพุทธศาสนาและดูแลรักษาศาสนาสมบัติตามกฏหมายว่าด้วยคณะสงฆ์และอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฏหมาย
                2.2 กฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 กำหนดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานพระสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริม กิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุกถัมถ์ คุ้มครอง และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแลรักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑล ให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทั้งนี้ ให้แบ่งส่วนราชการระดับกอง และอำนาจหน้าที่ของแต่ละกอง สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 6 กอง ประกอบด้วย
                (1) กองกลาง มีหน้าที่รับผิดชอบงานสารบรรณ ประชาสัมพันธ์ การเงิน ทรัพยากร บุคคล การจัดทำแผน เป็นศูนย์ข้อมูลและงานวิจัย
                (2) กองพุทธศาสนศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ การศึกษาของคณะสงฆ์ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
                (3) กองพุทธศาสนสถาน มีหน้าที่รับผิดชอบในการตั้งวัด สร้างวัด การพัฒนวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน การสำรวจและการรังวัดที่ดิน
                (4) สำนักพุทธมณฑล มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพุทธมณฑลส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรม
               ( 5) สำนักศาสนสมบัติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการศึกษาวิเคราะห์วางระบบการจัดประโยชน์และพัฒนารายได้ ดูแล รักษาศาสนสมสมบัติกลาง วัดร้าง และวัดมีพระสงฆ์ ให้ความช่วยเหลือการจัดศาสนาสมบัติวัดและดำเนินการจัดเก็บรายได้ รักษาผลประโยชน์ศาสนาสมบัติ
                (6) สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานพระพุทธแห่งชาติ สมเด็จพระสังฆาธิการ มหาเถรสมาคม การบริหารการปกครองของคณะสงฆ์ การคุ้มครองพระพุทธศาสนา การพัฒนาพระสังฆ"อธิการ และงานพิธี
                2.3 โครงสร้างส่วนราชการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่นี้ขาดหน่วยงานในระดับพื้นที่ ซึ่งสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยตรงที่จะรองรับการกระจายอำนาจงานจากกองต่าง ๆ ในส่วนกลาง ดำเนินการตามนโยบาย การกระจายอำนาจของรัฐบาล จึงเป็นปัญหาที่จะทำให้ไม่สามารถพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา และสนองงานคณะสงฆ์ได้อย่างมีประสทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจงานในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามีปริมาณกว้างขวางทั่วทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ของประเทศไทย ดังนั้น การมีหน่วยงานรับผิดชอบ พร้อมอัตรากำลังที่เหมาะสม จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง
                2.4 การประชุมสัมมนาเรื่องนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2545 ที่พุทธมณฑล ซึ่งการประชุมประกอบด้วยกรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีมติร่วมกันว่าควรมี สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
                จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า หน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีขอบเขตกว้างขวางและมีความสำคัญยิ่ง เพราะประชาชนชาวไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือพระพุทธศาสนา ในส่วนของคณะสงฆ์นั้น มีส่วนสำคัญในฐานะเป็นที่พึ่งทางใจของพุทธศาสนิกชนเป็นผู้เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชนในชาติ พระภิกษุสามเฌร 370,844 รูป วัดวาอาราม 32,710 วัด กระจัดกระจายอยู่ในทุกตำบลหมู่บ้านทั่วประเทศไทย เหล่านี้คือภาระของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งรัฐบาล คณะสงฆ์และประชาชน จึงคาดหวังไว้อย่างมากว่า หน่วยงานนี้จะสามารถพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา สนองงานคณะสงฆ์ อันหมายถึงจุดหมายปลายทางที่ความสงบสุขของสังคมและประชาชนที่มีคุณธรรมจริยธรรม
                 ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและกฏหมายและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการปฏิรูกประบบราชการ คือ การไม่เพิ่มอัตรากำลัง จึงมีความประสงค์ที่จะขอตัดโอนอัตรากำลังในส่วนของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และ สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ มาปฏิบัตในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ทั้งเจ้าหน้าที่เดิมก็ปฏิบัติงานด้านพระพุทธศาสนาและสนองานคณะสงฆ์ในส่วนจังหวัดอยู่แล้ว ก็จะทำให้ภารกิจในส่วนนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

อำนาจหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด

                สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ที่อำนาจหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์และทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูและรักษาจัดการศาสนาสมบัติ รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาบุคลากรทางศาสนาในระดับจังหวัด โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
                1.ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฏหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
                2. รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการแบละการบริหารการปกครองคณะสงฆ์
                3. ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
                4. ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
                5. ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนาสมบัติกลาง
                6. ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
                7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฏหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอมอบหมายในระดับจังหวัดการแบ่งส่วนราชการ/อำนาจหน้าที่ภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
                เพื่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ได้ปฏิบัติงานตามภารกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้มีการแบ่งงานเป็น 3 กลุ่มงาน ดังนี้
                1. กลุ่มอำนวยการและบริหารงานทั่วไป
                2. กลุ่มพุทธศาสนาศึกษาและการคณะสงฆ์
                3. กลุ่มศาสนสถานและศาสนสมบัติ

โครสร้างการบริหารงาน
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรม
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (20+1)*

รายชื่อบุคลกร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช

1.นายสนธยา เสนเอี่ยม

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (นักวิชาการศาสนา 8)

2.นายวิชา ทรรพคช

รองผู้อำนวยการฯ(นักวิชาการศาสนา 8/8ว)

3.นายอนุวัฒน์ เฮงศิริ

รองผู้อำนวยการฯ(นักวิชาการศาสนา 8/8ว)

4.นายอมร หนุมาศ

หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา 8/8ว)

5.นายสุทธพงศ์ วรศานต์

หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา 8/8ว)

6.นายโชติ โชติช่วง

หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา 8/8ว)

7.นายสัมฤทธิ์ แสงสุวรรณ

นักวิชาการศาสนา 7

8.นายวีระเกียรติ สานุทัศน์

นักวิชาการศาสนา 7

9.นางรัตนา

นักวิชาการศาสนา 7

10.นางสำเนียง เดชสุรางค์

นักวิชาการาศาสนา 6

11.นางสาวสุภางค์ นัทธีเชาว์

นักวิชาการศาสนา 6

12.นางวราพร ลั่นช้าย

นักวิชาการศาสนา 6

13.นางสาวลัลภา รักษ์สังข์

นักวิชาการศาสนา 6

14.นางมนัญชญ เถาจู

เจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ 5

15.นายสมิง พระสงฆ์

นักวิชาการศาสนา 5

16.นางสาวณิชา ภัทรงามสง่า

นักวิชาการศาสนา 5

17.นางมาลินี หวังศักราทิตย์

นักวิชาการศาสนา 5

18.นายประสา รอชัยยัง

นักวิชาการศาสนา 5

19.นางสุ่จารี สินภิบาล

นักวิชาการศาสนา 4

20.นางสาวสุภาพร ปานสังข์

นักวิชาการศาสนา 3

21.นายไพบูลย แป้นสุข

ศาสนการ 6 (บุคลากรเฉพาะด้านงานศาสนสมบัติ)

 

ที่ตั้งที่ทำการ
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีธรรมราช

                เมื่อมีการประกาศจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งขอความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจักหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยจัดหาที่ตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดและคณะศึกษาธิการอำเภอ เป็นผู้ประสานงาน เนื่องจากสถานที่อาคารศาลากลางจังหวัดไม่เพียงพอ จังหวัดจึงเสนอให้ใช้อาคารตึกจินดาสินธวานนท์ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ธ) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อนุญาตให้ใช้ทั้งหลัง
                เมื่อได้รับแต่งตั้งมอบหมายหน้าที่ ความรับผิดชอบ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานความเห็นชอบเกี่ยวกับที่ทำการสำนักงาน ซึ่งได้รับการยืนยันตามข้อเสนอเดิม จึงแจ้งขอใช้เป็นที่ทำการสำนักงาน และดำเนินการปรับปรุง พัฒนา และติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกตามลำดับมา จนเกือบเสร็จสิ้นแล้วเสร็จ โดยได้รับเมตตาอนุเคราะห์ในสนับสนุนการปรับปรุงพัฒนา การให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ยิ่ง จากเจ้าคณะปกครองสงฆ์ระดับจังหวัด อำเภอ ลำดับมา ปัจจุบันสภาพสำนักงานเป็นดังนี้
                สำนักงานตั้งที่อาคารตึกจินดาสินธวานนท์ อาคาร 2ชั้น (ดัดแปลง)
พื้นที่ใช้สอย
               ชั้นล่าง กว้าง 8* ยาว 12 เมตร มี 1 ห้องทำการ 2 ห้องน้ำ 1 ห้องพัสดุ
               ชั้นบน กว้าง 8* ยาว 12 เมตร มี 1 ห้องทำการ 1 ห้องผู้บริหาร 2 ห้องน้ำ
                ภายในอาคาร ปรับปรุงติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบปรับอากาศ (เฉพาะชั้นล่าง)โต๊ะเก้าอี้ปฏิบัติงานของบุคลากร 20 ชุด คอมพิวเตอร์ 1 ชุด เครื่องพิมพ์ดีด 1 ชุด (ดำเนินการโดยการทดรองจ่าย สั่งของระบบเครดิสค้างจ่าย และโดยกายืม ฯลฯในระยะแรก (2-3)ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจัดสร้างที่ทำการใหม่แทน

แนะนำผู้บริหารหน่วยงาน
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช

ชื่อ-สกุล
                นายสนธยา เสนเอี่ยม อายุ 43 ปี
ชาติภูมิ
                เกิด 14 กันยายน 2504 ณ 186 ม.6 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
บิดา-มารดา
                นายคล้อย - นางพร้อม เสนเอี่ยม เป็นบุตรคนที่ 6 พี่น้องรวม 9 คน
การศึกษา
                ประถมศึกษา 1-7 ร.ร.วัดหัวค่าย ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
                มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร.ร.หัวไทรบำรุงราษฏร์ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
                มัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช
                ป.กศ.สูง วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช
                ปริญญาตรี (ศษ.บ. วิทยาศาสตร์) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
                ปริญญาโท (ศษ.ม. การปบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ศึกษาดูงาน
                ด้านการศึกษา-สังคม ณ ประเทศญี่ปุ่น 4 เดือน
                ด้านสังคม ณ ประเทศพิลิปินส์ 1 เดือน
การรับราชการ
                -บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก ตำแหน่ง ครู 2 ระดับ 2 ร.ร. กรุงหยันวิทยาคาร
กรรมสามัญศึกษา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศึกธรรมราช 13 พ.ค. 2525
                -อาจารย์ 1 ระดับ 3-4 กรมสามัญศึกษา 2526-2530
                -นักวิชาการศึก สป.ศธ. 2530-2534
                -หน. ฝ่ายบริหารงานทั่วไป 2534-2534
                -ผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอ 2535 2537
                -ศึกษาธิการอำเภอ 2537 -2544
                -ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด (นราธิวาส -ตรัง) 2544-2546
                -รอง ผอ. สพท.น.ศ. 3 ก.ค. 2546-ม.ค.2547
                -ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจัหวัดนครศรีธรรมราช ม.ค. 2547 -ปัจจุบัน
ผลงานดีเด่น
                1ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น เขต กศ. 3 ปี 2526
                2 ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2534
                3 ข้าราชการ ศอ.บต.ดีเด่น ปี2539
                4 รางวัลเสมาทองคำผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ปี2542
                5รางวัล คุรุสดุดี จากคุรุสภา ปี2543
                6 ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการอำเภอดีเด่น ปี 2543
ครอบครัว
                คู่สมรส นางกาญจนา เสนเอี่ยม รับราชการครู ตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช
                มีบุตรธิดา รวม 2 คน
การติดต่อสือสาร
                ทางโทรศัพท์ 0-1328-2216
คติพจน์
                รักตนเอง รักผู้อื่น ยืนหยัดสุจริต ดิดแบะทำเพื่อส่วนรวม

ข้อมูลเพื่อการติดต่อสือสารและประสางานกับ พศ.จ.นครศรีธรรมราช

                สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
                อาคารตึกจินดาสินธวานนท์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
                ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
                จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
                โทรศัพท์ 0-7534-340-11 โทรสาร 0-7531-0293
                โทรศัพท์เคลื่อนที่ (ผอ.พศ.จ) 01-1328-2216