|
เหตุผลและความจำเป็นการจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
1.
เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องสนองงานคณะสงฆ์ และงานพระศาสนาตามระเบียบและกฏหมาย
1.1
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 40 ให้ถือเสมือนว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเจ้าของศาสนสมบัติกลาง
ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 5,000 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 60,000
ไร่
1.2
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และทรัพย์สินขอวัดร้างต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประมาณ
5,000วัด
1.3
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 34 การโอน
กรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนาสมบัติกลาง เมื่อมหาเถรสมาคม
เห็นชอบ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าที่ดำเนินการเองผาติกรรม
1.4
ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 2 วัดที่มีพระสงฆ์ จำนวน 30,000วัด แบ่งเขตจัดประโยชน์ที่วัดมีพระสงฆ์
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะสงฆ์โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การเก็บรักษาเอกสารสิทธิ์ของวัดทั่วประเทศ
และการทีวัดต่าง ๆ จะจัดทำสัญญาเช่าเกิด 3 ปี ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
นอกจากนั้นการเก็บเอกสารเกี่ยวกับวัด เช่น โฉนดที่ดินวัดมีพระสงฆ์ฯ
ส่วนกลางเก็บไว้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนภูภาคเก็บไว้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
ดังนั้น จะต้องมีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย
1.5
ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 1 การสร้างวัด ตั้งวัด รวมวัด ยุบ-เลิก-วัด การขอพระราชทานวิสุงคามสีมา
จะต้องเสนอตามขั้นตอนผ่านทางคณะสงฆ์และส่วนราชการ เพื่อเสนอกระทรวง
(สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) และมหาเถรสมาคมให้ความเห็นชอบ
1.6
ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 5 ว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดพระสงฆ์ วัดใดร้างที่จะยกเป็นวัดมีพระสงฆ์พำนักอาศัย
จะต้องผ่านตามขั้นตอน เจ้าคณะปกครองฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง เพื่อสนองกระทรวง
(สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม
1.7
การรับรองฐานะวัด วัดใดที่สร้างมามาน และไม่อาจจะค้นหาใบรับรองแสดงฐานะวัดให้จะต้องได้รับการตรวจสอบให้ถูกต้องเพื่อให้มีผลตามกฏหมายในฐานะวัดเป็นนิติบุคคล
2.เหตุผลที่เกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ
2.1พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม พ.ศ 2545 กำหนดให้มีส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงหรือทบวง เรียกว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ
กิจการพระพุทธศาสนา ส่งเสริม พัฒนาพระพุทธศาสนาและดูแลรักษาศาสนาสมบัติตามกฏหมายว่าด้วยคณะสงฆ์และอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฏหมาย
2.2
กฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 กำหนดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานพระสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุง
ส่งเสริม กิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุกถัมถ์ คุ้มครอง และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา
ดูแลรักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑล ให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา
รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทั้งนี้ ให้แบ่งส่วนราชการระดับกอง
และอำนาจหน้าที่ของแต่ละกอง สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน
6 กอง ประกอบด้วย
(1)
กองกลาง มีหน้าที่รับผิดชอบงานสารบรรณ ประชาสัมพันธ์ การเงิน ทรัพยากร
บุคคล การจัดทำแผน เป็นศูนย์ข้อมูลและงานวิจัย
(2)
กองพุทธศาสนศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา
การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ การศึกษาของคณะสงฆ์ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
(3)
กองพุทธศาสนสถาน มีหน้าที่รับผิดชอบในการตั้งวัด สร้างวัด การพัฒนวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน
การสำรวจและการรังวัดที่ดิน
(4)
สำนักพุทธมณฑล มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพุทธมณฑลส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรม
( 5)
สำนักศาสนสมบัติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการศึกษาวิเคราะห์วางระบบการจัดประโยชน์และพัฒนารายได้
ดูแล รักษาศาสนสมสมบัติกลาง วัดร้าง และวัดมีพระสงฆ์ ให้ความช่วยเหลือการจัดศาสนาสมบัติวัดและดำเนินการจัดเก็บรายได้
รักษาผลประโยชน์ศาสนาสมบัติ
(6)
สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานพระพุทธแห่งชาติ
สมเด็จพระสังฆาธิการ มหาเถรสมาคม การบริหารการปกครองของคณะสงฆ์ การคุ้มครองพระพุทธศาสนา
การพัฒนาพระสังฆ"อธิการ และงานพิธี
2.3
โครงสร้างส่วนราชการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่นี้ขาดหน่วยงานในระดับพื้นที่
ซึ่งสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยตรงที่จะรองรับการกระจายอำนาจงานจากกองต่าง
ๆ ในส่วนกลาง ดำเนินการตามนโยบาย การกระจายอำนาจของรัฐบาล จึงเป็นปัญหาที่จะทำให้ไม่สามารถพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา
และสนองงานคณะสงฆ์ได้อย่างมีประสทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจงานในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามีปริมาณกว้างขวางทั่วทุกตำบล
ทุกหมู่บ้าน ของประเทศไทย ดังนั้น การมีหน่วยงานรับผิดชอบ พร้อมอัตรากำลังที่เหมาะสม
จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง
2.4
การประชุมสัมมนาเรื่องนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2545 ที่พุทธมณฑล ซึ่งการประชุมประกอบด้วยกรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะหน
เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีมติร่วมกันว่าควรมี
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า
หน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีขอบเขตกว้างขวางและมีความสำคัญยิ่ง
เพราะประชาชนชาวไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือพระพุทธศาสนา ในส่วนของคณะสงฆ์นั้น
มีส่วนสำคัญในฐานะเป็นที่พึ่งทางใจของพุทธศาสนิกชนเป็นผู้เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
เป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชนในชาติ
พระภิกษุสามเฌร 370,844 รูป วัดวาอาราม 32,710 วัด กระจัดกระจายอยู่ในทุกตำบลหมู่บ้านทั่วประเทศไทย
เหล่านี้คือภาระของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งรัฐบาล คณะสงฆ์และประชาชน
จึงคาดหวังไว้อย่างมากว่า หน่วยงานนี้จะสามารถพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา
สนองงานคณะสงฆ์ อันหมายถึงจุดหมายปลายทางที่ความสงบสุขของสังคมและประชาชนที่มีคุณธรรมจริยธรรม
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและกฏหมายและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ในการปฏิรูกประบบราชการ คือ การไม่เพิ่มอัตรากำลัง จึงมีความประสงค์ที่จะขอตัดโอนอัตรากำลังในส่วนของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
และ สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ มาปฏิบัตในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
ทั้งเจ้าหน้าที่เดิมก็ปฏิบัติงานด้านพระพุทธศาสนาและสนองานคณะสงฆ์ในส่วนจังหวัดอยู่แล้ว
ก็จะทำให้ภารกิจในส่วนนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ
อำนาจหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
ที่อำนาจหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์และทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา
ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูและรักษาจัดการศาสนาสมบัติ
รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาบุคลากรทางศาสนาในระดับจังหวัด
โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1.ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
กฏหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
2.
รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการแบละการบริหารการปกครองคณะสงฆ์
3.
ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
4.
ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
5.
ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนาสมบัติกลาง
6.
ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
7.
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฏหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
หรือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอมอบหมายในระดับจังหวัดการแบ่งส่วนราชการ/อำนาจหน้าที่ภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
เพื่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
ได้ปฏิบัติงานตามภารกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้มีการแบ่งงานเป็น
3 กลุ่มงาน ดังนี้
1.
กลุ่มอำนวยการและบริหารงานทั่วไป
2.
กลุ่มพุทธศาสนาศึกษาและการคณะสงฆ์
3.
กลุ่มศาสนสถานและศาสนสมบัติ
โครสร้างการบริหารงาน
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรม
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (20+1)*
รายชื่อบุคลกร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
|
1.นายสนธยา เสนเอี่ยม
|
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
(นักวิชาการศาสนา 8)
|
|
2.นายวิชา ทรรพคช
|
รองผู้อำนวยการฯ(นักวิชาการศาสนา
8/8ว)
|
|
3.นายอนุวัฒน์ เฮงศิริ
|
รองผู้อำนวยการฯ(นักวิชาการศาสนา
8/8ว)
|
|
4.นายอมร หนุมาศ
|
หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา
8/8ว)
|
|
5.นายสุทธพงศ์ วรศานต์
|
หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา
8/8ว)
|
|
6.นายโชติ โชติช่วง
|
หัวหน้ากลุ่ม(นักวิชาการศาสนา
8/8ว)
|
|
7.นายสัมฤทธิ์ แสงสุวรรณ
|
นักวิชาการศาสนา 7
|
|
8.นายวีระเกียรติ สานุทัศน์
|
นักวิชาการศาสนา 7
|
|
9.นางรัตนา
|
นักวิชาการศาสนา 7
|
|
10.นางสำเนียง เดชสุรางค์
|
นักวิชาการาศาสนา 6
|
|
11.นางสาวสุภางค์ นัทธีเชาว์
|
นักวิชาการศาสนา 6
|
|
12.นางวราพร ลั่นช้าย
|
นักวิชาการศาสนา 6
|
|
13.นางสาวลัลภา รักษ์สังข์
|
นักวิชาการศาสนา 6
|
|
14.นางมนัญชญ เถาจู
|
เจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ
5
|
|
15.นายสมิง พระสงฆ์
|
นักวิชาการศาสนา 5
|
|
16.นางสาวณิชา ภัทรงามสง่า
|
นักวิชาการศาสนา 5
|
|
17.นางมาลินี หวังศักราทิตย์
|
นักวิชาการศาสนา 5
|
|
18.นายประสา รอชัยยัง
|
นักวิชาการศาสนา 5
|
|
19.นางสุ่จารี สินภิบาล
|
นักวิชาการศาสนา 4
|
|
20.นางสาวสุภาพร ปานสังข์
|
นักวิชาการศาสนา 3
|
|
21.นายไพบูลย แป้นสุข
|
ศาสนการ 6 (บุคลากรเฉพาะด้านงานศาสนสมบัติ)
|
ที่ตั้งที่ทำการ
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีธรรมราช
เมื่อมีการประกาศจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งขอความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจักหวัดนครศรีธรรมราช
ให้ช่วยจัดหาที่ตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดและคณะศึกษาธิการอำเภอ
เป็นผู้ประสานงาน เนื่องจากสถานที่อาคารศาลากลางจังหวัดไม่เพียงพอ
จังหวัดจึงเสนอให้ใช้อาคารตึกจินดาสินธวานนท์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
(ธ) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อนุญาตให้ใช้ทั้งหลัง
เมื่อได้รับแต่งตั้งมอบหมายหน้าที่
ความรับผิดชอบ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
ได้ประสานความเห็นชอบเกี่ยวกับที่ทำการสำนักงาน ซึ่งได้รับการยืนยันตามข้อเสนอเดิม
จึงแจ้งขอใช้เป็นที่ทำการสำนักงาน และดำเนินการปรับปรุง พัฒนา และติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกตามลำดับมา
จนเกือบเสร็จสิ้นแล้วเสร็จ โดยได้รับเมตตาอนุเคราะห์ในสนับสนุนการปรับปรุงพัฒนา
การให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ยิ่ง จากเจ้าคณะปกครองสงฆ์ระดับจังหวัด
อำเภอ ลำดับมา ปัจจุบันสภาพสำนักงานเป็นดังนี้
สำนักงานตั้งที่อาคารตึกจินดาสินธวานนท์
อาคาร 2ชั้น (ดัดแปลง)
พื้นที่ใช้สอย
ชั้นล่าง
กว้าง 8* ยาว 12 เมตร มี 1 ห้องทำการ 2 ห้องน้ำ 1 ห้องพัสดุ
ชั้นบน
กว้าง 8* ยาว 12 เมตร มี 1 ห้องทำการ 1 ห้องผู้บริหาร 2 ห้องน้ำ
ภายในอาคาร
ปรับปรุงติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบปรับอากาศ (เฉพาะชั้นล่าง)โต๊ะเก้าอี้ปฏิบัติงานของบุคลากร
20 ชุด คอมพิวเตอร์ 1 ชุด เครื่องพิมพ์ดีด 1 ชุด (ดำเนินการโดยการทดรองจ่าย
สั่งของระบบเครดิสค้างจ่าย และโดยกายืม ฯลฯในระยะแรก (2-3)ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน
จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจัดสร้างที่ทำการใหม่แทน
แนะนำผู้บริหารหน่วยงาน
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อ-สกุล
นายสนธยา
เสนเอี่ยม อายุ 43 ปี
ชาติภูมิ
เกิด
14 กันยายน 2504 ณ 186 ม.6 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
บิดา-มารดา
นายคล้อย
- นางพร้อม เสนเอี่ยม เป็นบุตรคนที่ 6 พี่น้องรวม 9 คน
การศึกษา
ประถมศึกษา
1-7 ร.ร.วัดหัวค่าย ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
มัธยมศึกษาปีที่
1-3 ร.ร.หัวไทรบำรุงราษฏร์ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
มัธยมศึกษาปีที่
4-5 ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช
ป.กศ.สูง
วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช
ปริญญาตรี
(ศษ.บ. วิทยาศาสตร์) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ปริญญาโท
(ศษ.ม. การปบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ศึกษาดูงาน
ด้านการศึกษา-สังคม
ณ ประเทศญี่ปุ่น 4 เดือน
ด้านสังคม
ณ ประเทศพิลิปินส์ 1 เดือน
การรับราชการ
-บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก
ตำแหน่ง ครู 2 ระดับ 2 ร.ร. กรุงหยันวิทยาคาร
กรรมสามัญศึกษา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศึกธรรมราช 13 พ.ค. 2525
-อาจารย์
1 ระดับ 3-4 กรมสามัญศึกษา 2526-2530
-นักวิชาการศึก
สป.ศธ. 2530-2534
-หน.
ฝ่ายบริหารงานทั่วไป 2534-2534
-ผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอ
2535 2537
-ศึกษาธิการอำเภอ
2537 -2544
-ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด
(นราธิวาส -ตรัง) 2544-2546
-รอง
ผอ. สพท.น.ศ. 3 ก.ค. 2546-ม.ค.2547
-ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจัหวัดนครศรีธรรมราช
ม.ค. 2547 -ปัจจุบัน
ผลงานดีเด่น
1ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น
เขต กศ. 3 ปี 2526
2
ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2534
3
ข้าราชการ ศอ.บต.ดีเด่น ปี2539
4
รางวัลเสมาทองคำผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ปี2542
5รางวัล
คุรุสดุดี จากคุรุสภา ปี2543
6
ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการอำเภอดีเด่น ปี 2543
ครอบครัว
คู่สมรส
นางกาญจนา เสนเอี่ยม รับราชการครู ตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
จังหวัดนครศรีธรรมราช
มีบุตรธิดา
รวม 2 คน
การติดต่อสือสาร
ทางโทรศัพท์
0-1328-2216
คติพจน์
รักตนเอง
รักผู้อื่น ยืนหยัดสุจริต ดิดแบะทำเพื่อส่วนรวม
ข้อมูลเพื่อการติดต่อสือสารและประสางานกับ พศ.จ.นครศรีธรรมราช
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
อาคารตึกจินดาสินธวานนท์
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ถนนราชดำเนิน
ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
80000
โทรศัพท์
0-7534-340-11 โทรสาร 0-7531-0293
โทรศัพท์เคลื่อนที่
(ผอ.พศ.จ) 01-1328-2216
|